
ค้นคุกอยุธยาพบมือถือ- ยาไอซ์เพียบ
เจ้าหน้าที่กว่า 300 นายบุก จู่โจมค้นคุกอยุธยากลางดึก เจอโทรศัพท์มือถือ ยาเสพติด อุปกรณ์การเสพ เพียบ พบว่าเจ้าหน้าที่บางรายทำตัวเป็นมาเฟีย รู้เห็นกับผู้ต้องขัง
เจ้าหน้าที่กว่า 300 นายบุก จู่โจมค้นคุกอยุธยากลางดึก เจอโทรศัพท์มือถือ ยาเสพติด อุปกรณ์การเสพ เพียบ พบว่าเจ้าหน้าที่บางรายทำตัวเป็นมาเฟีย รู้เห็นกับผู้ต้องขัง
เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำทีมเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กรมราชทัณฑ์ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ( ปปท.) เจ้าหน้าที่จาก ปปส. , DSI และตำรวจภูธรพระนครศรีอยุธยา กว่า 300 ชีวิต พร้อมอาวุธครบมือ บุกค้นเรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา ริมถนนสายเอเชีย ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
ถือเป็นช่วงเวลากลางดึกและเจ้าหน้าที่เรือนจำเรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยาที่เข้าเวรอยู่พร้อมกับกลุ่มผู้ต้องขังที่กำลังนอนหลับแบบชิดเรียกว่าไม่รู้ตัวมาก่อนว่าจะถูกจู่โจมตรวจค้น ซึ่งเรือนจำแห่งนี้มีการคุมนักโทษจำนวน 1,232 คน และส่วนใหญ่เป็นนักโทษคดียาเสพติด
โดยกำลังเจ้าหน้าที่แบ่งออกเป็น 7 ชุด กระจายตรวจค้นเรือนนอน 7 เรือนนอนที่อยู่ภายในเรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา ใช้เวลานากว่า 2 ชั่วโมงในการตรวจค้น
พบโทรศัพท์มือถือ หลายยี่ห้อ รวม 76 เครื่อง ที่ชาร์จโทรศัพท์ 25 อัน ยาไอซ์ ขนาดหลอดละ 1 กรัม รวม 13 หลอด อุปกรณ์การเสพจำนวนมาก และเครื่องใช้ที่เป็นโลหะซึ่งดัดแปลงเป็นของมีคมถือเป็นอาวุธจำนวนมาก ทั้งนี้พบว่าสิ่งของทั้งหมด ตรวจพบซุกซ่อนอยู่ในเรือนนอนที่ 1 – 4 มากที่สุด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้ และนำผู้ต้องขังทั้งหมด รวม 1,232 คน ไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด
การตรวจค้นในครั้งนี้ เป็นไปตามข้อมูลของ ปปท. ปปส. ดีเอสไอ และกรมราชทัณฑ์ ที่พบว่าเรือนจำแห่งนี้เชื่อว่าจะมีสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นแบบสายฟ้าแลบ และไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางพระนครอยุธยาทราบล่วงหน้า
โดยของกลางทั้งหมดกำลังตรวจสอบว่าใครเป็นเจ้าของบ้าง ทั้งนี้พบว่าโทรศัพท์ที่ตรวจยึดได้นั้น จะขายกันภายในเรือนจำเครื่องละ 30,000 – 50,000 บาท
นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า การตรวจค้นครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะเจ้าหน้าที่คาดว่าในช่วงวันวาเลนไทน์ ผู้ต้องขังจะมีการนำโทรศัพท์ออกมาใช้เพื่อโทรหาคนรัก โทรหาภรรยา หรือคนในครอบครัว เพราะตามปกติแล้วหากเจ้าหน้าที่เข้าค้นจะไม่พบวัตถุต้องห้ามแต่อย่างใด เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องขังจะเก็บซุกซ่อนเป็นอย่างดี
รายงานข่าวแจ้งว่า ข้อมูลของกรมราชทัณฑ์ พบเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา บางราย มีพฤติกรรมทำตัวเป็นมาเฟีย รู้เห็นกับกลุ่มผู้ต้องขัง ทำให้การเจ้าตรวจค้นแต่ละครั้งค่อนข้างยากลำบากที่จะพบสิ่งต้องห้าม นอกจากนี้ในช่วงที่มีการเข้าตรวจค้นก่อนหน้านี้มัก จะถูกกลุ่มผู้ต้องขังตะโกน โห่ร้อง ขับไล่อยู่เป็นประจำ







