
ทุบรถแล้วฉกทรัพย์ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
ภัยอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์นับวันยิ่งมีหลากหลายรูปแบบ แต่ที่น่าสนใจไม่น้อย
ภัยอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์นับวันยิ่งมีหลากหลายรูปแบบ แต่ที่น่าสนใจไม่น้อย
โดย..กันติพิชญ์ ใจบุญ
ภัยอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์นับวันยิ่งมีหลากหลายรูปแบบ แต่ที่น่าสนใจไม่น้อย เหตุการณ์ทุบกระจกรถยนต์เพื่อชิงทรัพย์สินมีค่า เรื่องนี้อาจจะมองว่าเป็นอาชญากรรมธรรมดาทั่วไป แต่ลึกๆ ลงไปแล้ว อาชญากรรมประเภทนี้กำลังเกิดขึ้นถี่ยิบ
หรือเป็นเพราะว่าการทุบกระจกรถยนต์ชิงทรัพย์เป็นงานที่ง่าย คนร้ายแค่สอดส่องมองหารถที่จอดในที่เปลี่ยว ดูต้นทาง ลงมือทุบ ล้วงเอาของ และหนีหายลอยนวล ทำให้ภัยเช่นนี้เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมเมือง ส่งผลให้เหยื่อต้องสูญเสียทรัพย์สินไปไม่น้อยในแต่ละราย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่มีจุดบอดหลายแห่งสุ่มเสี่ยงให้เกิดเหตุ ทั้งในตรอกซอกซอย สถานที่เปลี่ยว หากนำรถไปจอดไว้ ก็เสี่ยงจะตกเป็นเหยื่อของโจรทุบกระจกได้ทุกเมื่อ
พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ซึ่งรับผิดชอบงานด้านอาชญากรรมในเมืองกรุง มองปัญหานี้ว่า เป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อย แต่แน่นอนว่าสามารถป้องกันได้ เพียงแค่ง่ายๆ เท่านั้น
“ยุคนี้โจรมีจำนวนมาก เหตุการณ์ประเภททุบกระจกรถยนต์เพื่อลักทรัพย์ก็เริ่มมีมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่เปลี่ยว ไม่เว้นแม้แต่ตามร้านอาหาร หรือผับบาร์ที่การดูแลอาจจะไม่ทั่วถึง ทำให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสลงมือก่อเหตุได้ทุกเวลา” พล.ต.ต.สาโรจน์
สำหรับพฤติกรรมของคนร้ายก็มีหลายรูปแบบ ทั้งติดตามเหยื่อก็มี หรือเดินผ่านแล้วส่องกระจกรถยนต์เห็นกระเป๋า โน้ตบุ๊กหรือทรัพย์สินมีค่าต่างๆ ที่เจ้าของอาจจะเผลอทิ้งเอาไว้ในรถ สบจังหวะก็ทุบ หยิบฉวย และหนีหายลอยนวล
วิธีป้องกันก็แน่นอน ง่ายๆ “อย่าทิ้งของไว้ในรถยนต์” เพราะรถของเราไม่ใช่บ้าน สิ่งของทรัพย์สินต่างๆ ที่วางเก็บไว้ภายในรถยนต์ เป็นสิ่งล่อตาล่อใจโจรแน่นอน ถึงแม้ว่ารถยนต์จะติดฟิล์มกันแสงที่ดำสนิท หากโจรจะใช้วิธีสุ่มทุบก็สร้างความเสียหายได้เช่นกัน ดังนั้นหากจำเป็นจริงๆ ควรเก็บไว้ที่บ้าน หรือหากจะเก็บในรถยนต์กระโปรงหลังรถยนต์จะปลอดภัยกว่า แต่ก็ต้องคอยสอดส่องมองซ้ายแลขวาดูพฤติกรรมบุคคลรอบข้างด้วย
นอกจากนั้น อย่าทำตัวเป็นจุดเด่น โชว์สิ่งของมีค่า หรือย้ายของไปมาในที่เปลี่ยว เพราะไม่แน่ว่าโจรอาจจะจ้องมองอยู่ก็ได้ ต้องหมั่นคอยสังเกตรอบข้างให้ดี หากมีใครมองอยู่ หรือเห็นว่าไม่ปลอดภัย ควรย้ายที่จอดรถใหม่ไปเลย
อีกสิ่งที่ช่วยได้ และน่าจะมีความสำคัญคือ สัญญาณกันขโมย เพราะสัญญาณกันขโมยสำหรับรถยนต์สมัยนี้สามารถปรับค่าได้ทันที เช่น หากไปในพื้นที่เสี่ยง หรือเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ต้องนำรถยนต์มาจอดไว้ ก็ให้ตั้งค่าสัญญาณให้มีความอ่อนไหวสูง หากใครมาสะกิดสัญญาณจะได้ดังทันที ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะไม่ได้กันโจรได้ 100% แต่แน่ละยังพอถ่วงเวลา หรือสร้างความตกใจให้โจรร้ายได้
อย่างไรก็ตาม ลองนำวิธีที่ตำรวจแนะนำไปปฏิบัติ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของโจรร้าย พึงระลึกเสมอว่า ทุกแห่งย่อมมีอันตราย อย่าประมาท ก่อนออกจากรถยนต์ตรวจตราข้าวของรวมถึงสภาพแวดล้อมให้ดี ไม่เช่นนั้น บทเรียนราคาแพงอาจจะมาเยือน เผลอๆ ของไม่ได้หายอย่างเดียว รถยนต์อันเป็นที่รักอาจจะอันตรธานหายไปด้วย
พึ่งตำรวจดีที่สุด
หากรถที่นำไปจอดตามสถานที่ต่างๆ ถูกทุบกระจก อย่าตกใจจนทำอะไรไม่ถูก มีข้อปฏิบัติที่ควรจะทำทันที อันดับแรกคือต้องตั้งสติให้ได้ อย่าตกใจจนทำอะไรไม่ถูก หลังจากนั้นก็แจ้งความทันที เพื่อให้ตำรวจเข้าตรวจสอบ อย่าตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
ต้องสังเกตสภาพแวดล้อมข้างเคียง และรีบนำรถยนต์ออกมาจากที่เกิดเหตุ หรือนำรถมาอยู่ในกลุ่มคนพลุกพล่านจะดีกว่า เพราะหากมัวแต่ดูความเสียหายของรถยนต์อยู่ โจรร้ายอาจจะเข้ามาซ้ำเติมอีกครั้งก็เป็นได้
สิ่งสุดท้ายคือตรวจสอบทรัพย์สินว่ามีสิ่งใดหายไปบ้าง โดยเฉพาะความเสียหายต่อตัวรถยนต์ เพื่อโทร.แจ้งบริษัทประกันภัยให้มาเคลมประกันทันที







