
คนไทยจ่ายแพง
นโยบายการลดหนี้สาธารณะเพื่อไปก่อหนี้ใหม่ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร
นโยบายการลดหนี้สาธารณะเพื่อไปก่อหนี้ใหม่ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร
โดยให้โอนหนี้ของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินจำนวน 1.14 ล้านล้านบาท และดอกเบี้ยปีละ 4.6 หมื่นล้านบาทที่เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ได้เดินทางมาจนถึงบทสรุป
บทสรุปที่ว่าก็คือ หนี้และดอกเบี้ยทั้งหมดจะกลับไปอยู่ในความรับผิดชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดย ธปท.ขอขึ้นเงินค่าธรรมเนียมที่ธนาคารพาณิชย์เพิ่มจากที่เก็บอยู่ปีละ 0.4% เป็น 0.47% และให้เก็บจากธนาคารเฉพาะกิจของรัฐจากที่ไม่เคยเก็บเลยก็เก็บ 0.47% เช่นกัน
เงินที่เก็บจากธนาคารของรัฐนี้ หากไม่มีการส่งผ่านต้นทุนไปที่ลูกค้าของธนาคาร สรุปก็คือเงินของกระทรวงการคลังนั่นเอง เนื่องจากหากธนาคารรัฐมีกำไรก็จะต้องนำส่งให้กระทรวงการคลัง เป็นรายได้เหมือนเงินรายได้จากรัฐวิสาหกิจ ซึ่งคาดว่าคลังจะเสียรายได้ไปปีละ 1.3 หมื่นล้านบาท
ที่มาที่ไปของนโยบายนี้ก็มีแค่การลดตัวเลขหนี้สาธารณะ เพื่อให้รัฐบาลกู้เงินมาใช้ในโครงการฟื้นฟูประเทศหลังจากเกิดมหกรรมน้ำท่วมแห่งชาติ ที่ตั้งแท่นจะกู้ไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท ซึ่งนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง ได้เคยนำมาเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก ว่า มีการทำตัวเลขหนี้ให้สูงเกินจริง ไม่จำเป็นต้องโอนหนี้ไป ธปท.เลยรัฐบาลก็กู้ได้
นอกจากนี้ หนี้จำนวนนี้เป็นหนี้ที่ ธปท.ต้องรับผิดชอบแล้ว แต่ดอกเบี้ยที่เกิดจากการออกพันธบัตรนั้น กำหนดให้กระทรวงการคลังต้องเป็นผู้รับผิดชอบ มีการตั้งเงินงบประมาณเพื่อการนี้ วัตถุประสงค์ก็เพื่อลดภาระวงเงินงบประมาณแผ่นดินที่จะต้องตั้งมาจ่ายดอกเบี้ย แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ก็กระทรวงการคลังก็ขว้างงูไม่พ้นคอ ยังคงต้องใช้เงินปีละ 1.5 หมื่นล้านบาท ไปจ่ายหนี้ให้กองทุนฟื้นฟูฯ อยู่ดี
ส่วนความคิดที่ว่าจะลดหนี้สาธารณะลงเพื่อจะกู้เงินได้มากขึ้น นายธีระชัยก็บอกแล้วว่า ในทางบัญชีเป็นการแต่งบัญชี แต่หนี้ก้อนนี้ยังไงก็เป็นหนี้สาธารณะ ทั้งสถาบันจัดอันดับเครดิต หรือในสายตานานาชาติ จำนวนหนี้สาธารณะก็ยังคงสูงอยู่ดี
ยังเร็วไปที่จะบอกว่านโยบายนี้ล้มเหลว แต่ผลกระทบที่เกิดต่อประชาชนเป็นวงกว้างมากกว่าที่คิด เพราะไม่ได้จำกัดวงต้นทุนเพิ่มไว้ที่ธนาคารพาณิชย์เพียงอย่างเดียว ธนาคารของรัฐก็โดนไปด้วย ลูกค้าที่ฝากเงินธนาคารของรัฐอย่างออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นลูกค้ารากหญ้าทั้งนั้น
สิ่งที่รัฐบาลควรทำก็คือ การใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เลือกโครงการที่เร่งด่วนขึ้นมา ไม่จำเป็นต้องเร่งกู้เงินมากองเอาไว้ ลดโครงการประชานิยมลง ทำเท่าที่จำเป็น แต่นี่จะเป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่ยอม ในเมื่อรัฐเลือกจะให้คนทั้งประเทศรับภาระ คนไทยก็ต้องก้มหน้ารับกรรมไป







