posttoday
มาร์คห่วงเก็บค่าต๋งแบงก์รัฐไม่โปร่งใส

มาร์คห่วงเก็บค่าต๋งแบงก์รัฐไม่โปร่งใส

14 กุมภาพันธ์ 2555

"อภิสิทธิ์"ห่วงมติเพิ่มค่าต๋งแบงก์รัฐตั้งกองทุนพัฒนาประเทศ ไม่มีกฎหมายรองรับ เลี่ยงการตรวจสอบ ตอกย้ำความไม่เร่งด่วนใช้เงิน

"อภิสิทธิ์​"ห่วงมติเพิ่มค่าต๋งแบงก์รัฐตั้ง​กองทุนพัฒนาประเทศ ไม่มีกฎหมายรองรับ เลี่ยงการตรวจสอบ ตอกย้ำความไม่เร่งด่วนใช้เงิน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ทางสถานีบลูสกาย เรื่องการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง และตัวแทนธนาคารพาณิชย์ทำการตกลงเก็บเงินค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาหนี้กองทุนฟื้นฟู ฯ และลงทุนในสถาบันคุ้มครองเงินฝาก 0.47 % จากเดิม 0.4%  ว่า เรื่องนี้เกี่ยวพันกันในหลายแง่มุมโดยวันพรุ่งนี้จะได้มีการพิจารณาจากศาลรัฐธรรมนูญด้วย

มาร์คห่วงเก็บค่าต๋งแบงก์รัฐไม่โปร่งใส

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า  สิ่งที่น่าสนใจ คือจากเดิมที่เรียกเก็บ 0.4 % เข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝาก แต่ต่อไปนี้จะเอาก้อนนี้หาทางไปใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ แล้วก็ที่เพิ่มมาอีกนิด ๆ หน่อย ๆ นั้นที่จะไปเข้าสถาบันเงินฝากแทน​ ประเด็นแรก จะเป็นการทำให้แผนในเรื่องของการให้มีสถาบันคุ้มครองเงินฝากที่มีเงินทุนเพียงพอที่คำนวณไว้ประมาณ​ 2 แสนล้านบาทไม่เกิดขึ้น คำถามก็คือ ถ้ามีอะไร ​จะทำให้ผู้ฝากเงินมีความมั่นใจว่า รัฐบาลมีเงินเพียงพอที่จะคุ้มครองเงินฝากของเขา 

"เมื่อธนาคารพาณิชย์ที่เป็นของเอกชนมีต้นทุนเพิ่มขึ้น ตามอัตราที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ธนาคารของรัฐไม่มีการจ่ายเงินในส่วนนี้ ก็ต้องมามีต้นทุนเพิ่มขึ้นเพราะรัฐบาลจะเก็บเงินจากธนาคารของรัฐในอัตรา 0.4%  ดังนั้นจากต้นทุนที่สูงขึ้นนี้ก็จะตกเป็นภาระต่อผู้มีบัญชีเงินฝาก และลูกค้าของธนาคารพาณิชย์เหล่านี้ ซึ่งไม่ต้องห่วงหรอก มาที่ประชาชนแน่ เพราะว่าทุกสถาบันการเงินก็ต้องส่งต่อต้นทุนตัวนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลทำ ก็คือการถ่างอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก – เงินกู้ โดยอาจจะลดเงินฝาก หรือจะเพิ่มเงินกู้ขึ้น"​นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กรณีที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ  ระบุว่า การจัดเก็บเงินเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝากจากธนาคารของรัฐนั้น จะนำไปจัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อนำเงินไปทำโครงการต่าง ๆ หรือกองทุนพัฒนาประเทศ แต่ไม่ใช่เป็นการจัดเก็บไปเพื่อใช้หนี้ของกองทุนฟื้นฟู ซึ่งเป็นที่สังเกตว่า รัฐบาลกำลังพยายามหาเงินมาใช้ในลักษณะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบในระบบงบประมาณ พร้อมทั้งตั้งข้อสงสัยว่าการจัดตั้งกองทุนพัฒนาประเทศนี้จะมีการออกกฎหมายเพื่อมารองรับหรือไม่

นอกจากนี้  หากรัฐบาลนำเงินที่จัดเก็บเหล่านี้ไปตั้งกองทุนดังกล่าวจริง ก็ยิ่งเป็นการทำให้เห็นได้ชัดว่า ที่รัฐบาลอ้างเรื่องหนี้สินของรัฐบาลเป็นความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อออก พ.ร.ก.โอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ก็ไม่เป็นความจริง เพราะมิเช่นนั้นจะต้องนำเงินในส่วนนี้ไปลดภาระในเรื่องของ กองทุนฟื้นฟูฯ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า  จากประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาว่า 1. ระบบคุ้มครองเงินฝากได้รับผลกระทบ 2. ต้นทุนของธนาคารรัฐเพิ่มขึ้นมาก ต้นทุนธนาคารเอกชนก็เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย ซึ่งจะส่งต่อภาระมาให้กับประชาชน 3. เกิดประเด็นของการเอาเงินนอกงบประมาณมาใช้โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบของสภาฯ 4. ประเด็นเรื่องความไม่จำเป็นเร่งด่วนในเรื่องปัญหาหนี้ของกองทุนฟื้นฟู ฯ ซึ่งฟ้องโดยการที่รัฐบาลคิดเก็บเงินเพิ่มแต่ไม่เอาเงินมาช่วยตรงนั้น ทั้ง ๆที่เป็นเงินแหล่งเดียวกับที่อ้างว่าจำเป็นจะต้องใช้เพิ่มเติมในการใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ

“มันจะเป็นปัญหาทั้ง 2 ด้าน ถ้าธนาคารเหล่านี้เขาไม่ส่งต่อต้นทุนแล้ว เขาก็สูญเสียในเรื่องขีดความสามารถในการแข่งขัน หากเขาส่งต่อก็เป็นภาระกับประชาชน ซึ่งมันก็หนีไม่ออก อย่างที่พูดกันว่า ไม่มีอะไรได้มาฟรี เพราะฉะนั้นหากรัฐบาลมองแหล่งเงินตัวนี้เป็นแหล่งเงินใหม่แล้ว ก็ต้องรู้ว่าความจริงเขากำลังไปสร้างภาระ สร้างต้นทุนให้กับคนอื่น” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ