
วุฒิถกพรก.กู้-โต้งย้ำจำเป็นต้องออก
วุฒิสภา ถกพ.ร.ก.กู้เงินฟื้นน้ำท่วม2 ฉบับ โต้ง ย้ำหลักการเดิม จำเป็นต้องออกพ.ร.ก.เพื่อสร้างความเชื่อมั่นฟื้นฟูน้ำท่วม
วุฒิสภา ถกพ.ร.ก.กู้เงินฟื้นน้ำท่วม2 ฉบับ โต้ง ย้ำหลักการเดิม จำเป็นต้องออกพ.ร.ก.เพื่อสร้างความเชื่อมั่นฟื้นฟูน้ำท่วม
การประชุมวุฒิสภา มีวาระการพิจารณาพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) 2 ฉบับ ประกอบด้วย 1.พ.ร.ก.กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ พ.ศ.2555 และ 2.พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยพ.ศ.2555 หลังจากสภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ความเห็นชอบมาก่อนหน้านี้ โดยการประชุมครั้งนี้พล.อ.ธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา กำหนดให้สว.อภิปรายได้คนไม่เกิน 15 นาที และคาดว่าการประชุมจะไปสิ้นสุดในเวลา 22.00น.
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวถึงหลักการและเหตุผลในการเสนอพ.ร.ก.ทั้งฉบับว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวคณะรัฐมนตรี (ครม.) เล็งเห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่อาจไม่หลีกเลี่ยงได้เพื่อฟื้นฟูประเทศและสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจหลังจากประสบปัญหาอุทกภัยเมื่อปี 2554 สำหรับมหาอุทกภัยเมื่อปีที่ผ่านมาถูกกจัดเป็นภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายเป็นลำดับ 5 ของโลกตั้งแต่2548 ครอบคลุม 53 จังหวัด รวมเสียหาย 2.6 ล้านครัวเรือน ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดประเมินความเสียหายเป็นตัวเงินได้ชัดเจน ประมาณการณ์ว่าจีดีพีลดลง 2.3% ในปี2554 ขยายเพียง 1.5% จากเดิม 4%
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน จากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นยังส่งผลให้ผู้ประกอบการวินาศภัยด้วย โดยขณะนี้ผู้ประกอบธุรกิจส่วนนี้ประสบปัญหาด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงจากการรับประกันวินาศภัยที่เกิดจากภัยพิบัติส่งผลให้ประชาชนและผู้ประกอบการต้องเสียเบี้ยประกันเป็นจำนวนสูงมาก หรือไม่สามารถเอาประกันภัยได้มีผลต่อการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินเพื่อนำมาฟื้นฟูอุตสาหกรรม จึงจำเป็นต้องตราพ.ร.ก.กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ พ.ศ.2555
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ส่วนพ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยพ.ศ.2555 วงเงินไม่เกิน 3 แสนล้านบาทมีจุดประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน เพราะเงื่อนไขในการกู้เงินจากสถาบันการเงินตามปกติยังมีข้อจำกัดในด้านสินเชื่อรวมที่จัดไว้รองรับด้านสินเชื่อภาคประชาชน และผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่กำหนดโดยกลไกตลาดอยู่ในระดับไม่ผ่อนปรนต่อภาวะความจำเป็นภายหลังปัญหาอุทกภัย
"พ.ร.ก.ดังกล่าวกำหนดให้ธปท.มีอำนาจในการพิจารณากู้ยืมแก่สถาบันการเงินเป็นการเฉพาะคราวเพื่อให้สถาบันการเงินนำไปให้กู้ยืมแก่ผู้เสียหายในกลุ่มดังกล่าวจากปัญหาอุทกภัยในอัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยธปท.และสถาบันการเงินร่วมกันสนับสนุนเงินกู้ให้กับผู้ได้รับเสียหาย ธปท.จะสมทบ 70% ของการให้สินเชื่อคิดอัตราดอกเบี้ยจากสถาบันการเงิน 0.01% ต่อปีและให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินสมทบ 30% โดยให้คิดอัตราดอกเบี้ยจากผู้กู้ไม่เกิน 3% ต่อปี
ทั้งนี้ได้กำหนดให้สถาบันการเงินยื่นคำขอกู้จากธปท.ได้ภายหลังจากพ.ร.ก.ผ่านการพิจารณาทางกฎหมายแล้วและให้ดำเนินการด้านกู้ยืมให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ธ.ค.2556 และสถาบันการเงินต้องส่งคืนเงินกู้แก่ธปท.ภายในระยะเวลา5 ปีนับตั้งแต่ได้รับเงินกู้" นายกิตติรัตน์ กล่าว
สำหรับการประชุมวุฒิสภาในขณะนี้เป็นการอภิปรายของสว.โดยก่อนการอภิปรายได้มีสว.ส่วนใหญ่เรียกร้องให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวอยู่ร่วมประชุมวุฒิสภาและตอบชี้แจงด้วย
ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชี้แจงเพิ่มเติมว่า มีความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ เราจึงต้องมีแผนงานในการดำเนินการผ่านการตราพ.ร.ก.ดังกกล่าว โดยมหาอุทกภัยที่ผ่านมารัฐบาลมีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องการงบประมาณในการฟื้นฟูเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน และในโอกาสนี้รัฐบาลพร้อมนำข้อเสนอแนะของวุฒิสภาไปปฎิบัติต่อไป







