
หมดหวังรัฐแก้ปัญหาภาคธุรกิจยังเครียดเต็ม10
วงเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทเรียนและการจัดการเนื่องจากอุทกภัยในหัวข้อ
วงเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทเรียนและการจัดการเนื่องจากอุทกภัยในหัวข้อ
“ตั้งโจทย์ประเทศไทย หวังอะไรจากน้ำท่วม” ณ ลานพระแม่ธรณี พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 12 ก.พ.เห็นว่า หมดหวังรัฐแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยภาคธุรกิจ รับเครียดเต็ม 10 ชี้ปล่อยน้ำเขื่อนท่วมเสนาพระนครศรีอยุธยา สะท้อนความล้มเหลวยกแรกของปีนี้
สุทัศน์ วีสกุล นักวิชาการเรื่องน้ำและการจัดการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย หรือ AIT กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมที่ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นบทเรียนความผิดพลาดครั้งแรกของรัฐบาลเกี่ยวกับการจัดการน้ำในปีนี้ โดยเฉพาะเรื่องการประสานงาน จึงอยากฝากให้รัฐบาลตัดสินใจให้ถูกต้องและรวดเร็วกว่านี้ ควรกำหนดพื้นที่แก้มลิงกักเก็บน้ำให้ได้ 6 ใน 10 ส่วนของน้ำทั้งหมด
ฉมาดล ชมเชิงแพทย์ รองประธานกรรมการและผู้อำนวยการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท M&R Laboratory (แป้งโกกิ) กล่าวว่า ในแง่ของภาคธุรกิจเอกชนและโรงงานอุตสาหกรรม ตอนนี้มีความเป็นห่วงเรื่องการประกันเกี่ยวกับอุทกภัยและยังมีความกังวลอยู่
“ความเครียดตอนนี้ยังอยู่ที่ระดับ 10 และอยากฝากให้รัฐบาลดูเรื่องการเตือนภัยโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณที่สูง”ฉมาดล กล่าว
ด้านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน ได้เสนอโจทย์ให้นายกรัฐมนตรีตอบคำถาม 10 ข้อ คือ 1.นายกฯ ต้องตามไปดูเรื่องการชดเชยเยียวยาให้ครบถ้วนก่อน เพราะเงิน 5,000 บาท เงินชดเชยพื้นที่เกษตร ประชาชนจำนวนมากยังไม่ได้รับ 2.รัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดว่ามีคูคลองส่งน้ำ คลองชลประทาน ประตูระบายน้ำกี่แห่งที่ยังไม่ซ่อมแซม และใช้เวลาเท่าใดเพราะมีคนมาฟ้องว่าประตูบางโฉมศรียังไม่ได้ซ่อม 3.มีโครงสร้างประตูระบายน้ำและการระบายน้ำให้สัมพันธ์กันอย่างไร
สำหรับข้อ 4.ระบบการพยากรณ์แบบจำลองและการเตือนภัยเมื่อไหร่จะเสร็จ 5.พื้นที่แก้มลิงบอกได้หรือยังว่าอยู่ตรงไหน 6.โครงการระยะกลางและยาว ต้องบอกได้ว่าแต่ละพื้นที่ว่าจะมีโครงการอ่างเก็บน้ำ เขื่อน อย่างไร 7.ควรมีหน่วยงานกลางช่วยประสานงานกับจิตอาสา ประสานงานแจกถุงยังชีพ 8.ระบบการอพยพ 9.เรื่องการช่วยเหลือภาคธุรกิจ 10.เรื่องแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วม
วันเดียวกันที่เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ อุเทน ชาติภิญโญ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านการระบายน้ำ ได้นำสื่อมวลชนลงสำรวจพื้นที่ลำน้ำแม่แตง จ.เชียงใหม่ เพื่อสำรวจแนวคิดโครงการอุโมงค์ผันน้ำจากแม่น้ำสาละวิน สหภาพพม่า ลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม–น้ำแล้งบริเวณต้นน้ำปิงที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำ
อุเทน กล่าวว่า โครงการนี้จะใช้งบประมาณทั้งสิ้น 2 แสนล้านบาท หากไทยไม่ใช้โอกาสนี้ลงทุน เชื่อว่าจีนและพม่าจะลงทุน ซึ่งไทยจะเสียโอกาสอย่างมาก
อุเทน กล่าวอีกว่า การลงทุนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อจัดการระบบน้ำในระยะยาว (กยน.) ขณะนี้ยังคงไม่มีความชัดเจน ทั้งเรื่องของพื้นที่ที่จะเวนคืนให้เป็นพื้นที่น้ำหลาก (ฟลัดเวย์) 2 ล้านไร่ รวมถึงแนวคิดในการจัดเก็บน้ำภายในเขื่อนก็ยังคงเป็นแบบเดิมคือกักเก็บเพื่อการชลประทานเป็นหลัก ซึ่งหากจัดการแบบเดิม น้ำก็จะท่วมเหมือนเดิม







