
เสนอใช้เขื่อนภูมิพลเป็นแก้มลิงรับน้ำ
"อุเทน"เสนอแนวคิดใช้เขื่อนภูมิพลเป็นแก้มลิง พร้อมแนะเดินหน้าโครงการอุโมงค์ดึงน้ำสาละวินหวังแก้น้ำท่วม-แล้ง
"อุเทน"เสนอแนวคิดใช้เขื่อนภูมิพลเป็นแก้มลิง พร้อมแนะเดินหน้าโครงการอุโมงค์ดึงน้ำสาละวินหวังแก้น้ำท่วม-แล้ง
นายอุเทน ชาติภิญโญ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านการระบายน้ำและอดีตประธานคณะกรรมการประธานผันน้ำลงทะเล ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ได้นำสื่อมวลชนลงสำรวจพื้นที่ลำน้ำแม่แตง จ.เชียงใหม่ เพื่อสำรวจแนวคิดโครงการอุโมงค์ผันน้ำจากแม่น้ำสาละวิน สหภาพพม่า ลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม – น้ำแล้งบริเวณต้นน้ำปิงที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำ
นายอุเทนกล่าวว่า ต้องปรับแนวคิดการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนภูมิพล จากเดิมที่บริหารจัดการน้ำ โดยกักเก็บน้ำจำนวนมาก เพื่อใช้ในการชลประทาน ตั้งแต่เดือน ส.ค. และระบายน้ำออกอย่างเต็มที่ในช่วงธ.ค. โดยเปลี่ยนเป็นการพร่องน้ำรอน้ำฝน และพายุที่อาจเข้ามาถึง 6 ลูก เช่นเดียวกับปีที่แล้ว หรืออาจเรียกได้ว่า เป็นแก้มลิงขนาดใหญ่ โดยใช้สถิติ ข้อมูล เมื่อครั้งเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 เป็นตัวหลัก
"หากใช้แนวทางดังกล่าว อ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล จะสามารถสามารถกักเก็บน้ำได้ถึง 9,400 ล้านลบ.ม พร้อมโครงการสร้างอุโมงค์ผันน้ำจากแม่น้ำสาละวินของ สหภาพพม่าผันเข้าอุโมงค์สู่ไทย ระยะทาง 88 กม. ให้มาออกยังลำน้ำแม่แตง ก่อนที่จะออกสู่แม่น้ำปิง ไปยังอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล ที่อ.ดอยเต่า ซึ่งมีเขตติดต่อไปยังเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก ต่อไป ซึ่งนอกจากจะแก้ปัญหาน้ำท่วมแล้ว ยังทำให้แม่น้ำปิง และลำน้ำแม่แตงมีน้ำสำหรับการชลประทานตลอดทั้งปีอีกด้วย"นายอุเทนกล่าว
นายอุเทนกล่าวอีกว่า เขื่อนจะเริ่มต้นที่ละติจูดที่ 20 แม่น้ำสาละวิน เหนือจ.เชียงใหม่ ซึ่งแม่น้ำสาละวินนั้นมีน้ำไหลตลอดปี เนื่องจากมีที่มาจากเทือกเขาหิมาลัย ในทิเบตและไหลแรงตลอดทั้งปี เข้าสู้ท่อลอดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8-9 ม. ถึงลำน้ำแม่แตง
ทั้งนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.)ประเมินเบื้องต้นว่าจะสามารถส่งน้ำมาได้ราว 3,000 ลูกบาศเมตร/วินาที ทั้งนี้ระยะทางดังกล่าวถือว่าเป็นระยะทางที่สั้นที่สุด และกระทบกับแหล่งน้ำธรรมชาติน้อยมาก ซึ่งได้มีการศึกษาไว้แล้วว่า จะใช้งบประมาณทั้งสิ้นประมาณ 2 แสนล้านบาท
"การลงทุนในลักษณะนี้ถือว่า คุ้มค่า เนื่องจากบริเวณเขื่อนที่แม่น้ำสาละวิน สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 7,500 เมกะวัตต์ หรือหากตีเป็นมูลค่าจะได้ถึงเดือนละละกว่า 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งใช้เวลาเพียง 7 ปีก็คุ้มทุน หากประเทศไทยไม่ใช้โอกาสนี้ในการลงทุน เชื่อว่า สาธารณรัฐประชาชนจีน และสหภาพพม่า จะลงทุนในแม่น้ำสาละวินก่อนเราอย่างแน่นอน และประเทศไทยจะเสียโอกาสอย่างมาก"นายอุเทนกล่าว
นายอุเทนกล่าวอีกว่า การลงทุนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อจัดการระบบน้ำในระยะยาว (กยน.) ขณะนี้ยังคงไม่มีความชัดเจน ทั้งเรื่องของพื้นที่ที่จะเวนคืนให้เป็นพื้นที่น้ำหลาก (ฟลัดเวย์) 2 ล้านไร่ รวมถึงแนวคิดในการจัดเก็บน้ำภายในเขื่อนก็ยังคงเป็นแบบเดิมคือกักเก็บเพื่อการชลประทานเป็นหลัก ซึ่งหากจัดการแบบเดิม น้ำก็จะท่วมเหมือนเดิม
ทั้งนี้โครงการดังกล่าว เคยถูกนำเสนอผ่านคณะรัฐมนตรีไว้แล้ว ในปี 2547 สมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และนพ.พรหมินทร์ เลิศสุรีย์เดช เป็นรมว.พลังงาน แต่หลังจากเปลี่ยนรัฐบาล โครงการดังกล่าวก็ถูกยกเลิกไป ซึ่งนายอุเทนจะนำเสนอต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 15 ก.พ.นี้เพื่อเริ่มต้นโครงการดังกล่าวตามกระบวนการต่อไป







