
ป๋า-ปูควงกันออกงาน รักเมืองไทย สัญญาปรองดอง ณ ปลายอุโมงค์
สถานการณ์รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่ามีความน่าสนใจอย่างมาก
สถานการณ์รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่ามีความน่าสนใจอย่างมาก
โดยเฉพาะไฮไลต์สำคัญอย่างการเดินทางมาร่วมงาน “รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย” ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ซึ่งเป็นงานที่จัดโดยรัฐบาลเพื่อเป็นการขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมา การปรากฏตัวของ พล.อ.เปรม ส่งผลให้มีหลายฝ่ายวิเคราะห์ความน่าจะเป็นสัญญาณแห่งการปรองดองที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ เพราะที่ผ่านมาคนเสื้อแดงในฐานะฐานมวลชนของรัฐบาลได้วิพากษ์วิจารณ์ถึง พล.อ.เปรม มาโดยตลอด
สำหรับงานดังกล่าวได้มีขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2555 ณ ทำเนียบรัฐบาล ทั้งนี้ภายในงานนอกจาก พล.อ.เปรม ที่มาร่วมงานแล้ว ยังมีองคมนตรีท่านอื่นๆ มาร่วมงานด้วย เช่น อำพล เสนาณรงค์ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข พล.อ.อ.กำธน สินธวานนท์ รวมไปถึงผู้นำเหล่าทัพ นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. บรรยากาศโดยรวมของงานต้องบอกว่าเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มาต้อนรับประธานองคมนตรีด้วยตัวเอง ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีสีหน้ายิ้มแย้มอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับได้ร่วมรับฟังการแสดงดนตรีด้วย
จากนั้น นายกฯ ได้ใช้โอกาสนี้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า การมาอยู่พร้อมกันของเราทุกคนในวันนี้ ไม่ใช่การมาพบกันเพื่อมาร่วมงานเลี้ยงฉลองชัย หากแต่เป็นการกล่าวขอบคุณอย่างเป็นทางการและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และขอยืนยันชัดเจนอีกครั้งว่าบนพื้นฐานของความสามัคคีปรองดองของคนไทยทั้งชาติ เราจะร่วมกันทำทุกวิถีทางเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศ เพื่อให้ยืนอยู่ได้อย่างสง่างาม
ท่าทีของฝ่ายค้านต่อการจัดงานนี้ของรัฐบาลจาก อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองว่า มีความพยายามแปรรูปการจัดงานนี้เพื่อโยงในเรื่องความปรองดองเป็นหลัก เพราะ พล.อ.เปรม ไม่ได้ไปขัดแย้งกับใคร ขอย้ำว่าคนที่อยู่ศูนย์กลางความขัดแย้งไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนที่อยู่ในประเทศในขณะนี้ ตนจึงไม่เห็นด้วยกับการใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท ในการจัดงานดังกล่าว เพราะสามารถนำเงินนี้ไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนได้
แม้ว่างานเลี้ยงขอบคุณของรัฐบาลจะสิ้นสุดลงไปด้วยความราบรื่น แต่ในด้านหนึ่งปรากฏว่าพื้นที่ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดเหตุการณ์น้ำท่วม 3040 เซนติเมตรแล้ว ทั้งที่เพิ่งผ่านวิกฤตน้ำท่วมเมื่อไม่นานมานี้ ในเรื่องนี้ ธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ยอมรับว่ามีสาเหตุจากการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์รวมกันวันละกว่า 100 ล้านลูกบาศก์เมตร
“ขณะนี้ชัดเจนว่าทางเขื่อนได้ระบายน้ำตามแผนของคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) แต่เกิดการผิดพลาดในระบบการทำงาน เมื่อเขื่อนปล่อยน้ำแล้วกรมชลประทานรับน้ำเข้าระบบ แต่ไม่มีการแจ้งไปทางจังหวัด จังหวัดก็ไม่มีการแจ้งเตือนประชาชน ประชาชนก็ตกใจว่าทำไมน้ำท่วมในฤดูแล้ง” ธีระ กล่าว
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้หน่วยงานต่างๆ ใช้งบประมาณในการป้องกันน้ำท่วม 1 แสนล้านบาท ไปจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ โดยวิธีพิเศษ งบส่วนนี้เหลือจากวงเงินที่อนุมัติไปแล้ว 1.2 แสนล้านบาท แต่จัดซื้อจัดจ้างไปโดยวิธีปกติแล้ว 5 หมื่นล้านบาท จึงเหลืออีก 7 หมื่นล้านบาท สมทบกับเงินที่โอนมาจากงบไทยเข้มแข็งและอื่นๆ อีกรวม 3 หมื่นล้านบาท รวมเป็น 1 แสนล้านบาท และมีมติให้โยกงบประมาณ 9,000 ล้านบาท ที่เหลือจากโครงการไทยเข้มแข็งมาใช้ฟื้นฟูน้ำท่วม
ตัดกลับมาที่ประเด็นทางการเมืองกันต่อ หายหน้าไปนาน แต่เมื่อออกมาปรากฏตัวก็กลายเป็นข่าวใหญ่ทันที สำหรับ เอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจการเงินและอสังหาริมทรัพย์ และเป็นเจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซเดอร์ ได้เปิดแถลงกรณีถูกทำร้ายร่างกายที่ร้านกาแฟ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ หลังพบกับ ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พร้อมกับยืนยันว่า คนที่ทำร้ายเป็นคนรู้จักและใกล้ชิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
“กรณีที่นายกฯ ไปทำภารกิจลับ ว.5 ทั้งที่เป็นช่วงเวลาราชการ ซึ่งจะไปพบใคร นักธุรกิจคนใด ก็เป็นเรื่องที่นายกฯ ต้องชี้แจงให้สังคมหายสงสัย ส่วนจะกล้าตอบหรือไม่กล้าตอบก็เป็นเรื่องที่นายกฯ ควรใช้วิจารณญาณของตนเอง เพราะมีข่าวว่าใครบางคนพยายามวิ่งเต้นซื้อที่ดินทำฟลัดเวย์และต้องการเปลี่ยนตัวดีดีการบินไทย” เอกยุทธ กล่าว
ด้าน นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ได้ชี้แจงเรื่องนี้ทันทีเช่นกัน ด้วยการยอมรับว่าได้ไปโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์จริง แต่ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย และในฐานะนายกฯ พบใครก็ได้ และที่สำคัญไปสถานที่เปิดเผย เราเองเป็นผู้หญิง ยืนยันเราไม่ทำอะไรเสียหายแน่นอน
ส่วน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกฯ ให้ชี้แจงเรื่องนี้ กล่าวว่า เท่าที่ทราบนายกฯ ไปที่โรงแรมดังกล่าวเป็นการส่วนตัว โดยได้ขึ้นไปที่ห้องประชุมเล็กชั้น 7 ซึ่งในช่วงที่นายกฯ อยู่ในห้องประชุมมีเจ้าหน้าที่ของโรงแรมดูแลอยู่ด้วย ที่น่าแปลกคือ บอดีการ์ดของเอกยุทธมีถึง 3 คน คนร้ายมีเพียงคนเดียว แต่ไม่สามารถจับไว้ได้ จึงอาจจะเป็นการสร้างสถานการณ์ก็ได้
ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มมีความคืบหน้าเป็นลำดับ เมื่อ อุดมเดช รัตนเสถียร สส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) พร้อมรายชื่อ สส.พรรคร่วมรัฐบาล 275 คน ได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ต่อ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้ว
ในรายละเอียดของร่างแก้ไขดังกล่าว ได้กำหนดให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จำนวน 99 คน แบ่งเป็น 1.จากการเลือกตั้ง 77 คน และ 2.ที่ประชุมรัฐสภาคัดเลือกจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน รัฐศาสตร์ การบริหารราชการแผ่นดินและการร่างรัฐธรรมนูญ 22 คน โดยใหหกดเห โดยให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเลือกตั้ง ส.ส.ร. และให้รัฐสภาดำเนินการคัดเลือก ส.ส.ร.ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน และ ส.ส.ร.ต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา 180 วัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศรายชื่อ ส.ส.ร.
นอกจากนี้ มีการเปิดประเด็นอีกครั้งเกี่ยวกับการปฏิวัติ รัฐประหาร ล่าสุด จตุพร พรหมพันธุ์ สส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดงออกมาอ้างว่า จากทางการข่าวคนเสื้อแดงทุกภาคส่วนที่ได้ติดตามสถานการณ์และพรรคพวกที่ทำงานข่าวกรองกับสหรัฐ แจ้งว่าจะมีการรัฐประหารขึ้นเพื่อยึดอำนาจให้แล้วเสร็จก่อนเดือน เม.ย.
ถัดมาไม่นาน วอลเตอร์ เบราโนห์เลอร์ โฆษกสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย แถลงปฏิเสธข่าวดังกล่าวทันทีว่าไม่มีมูลความจริง เช่นเดียวกับท่าทีของผู้นำเหล่าทัพ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ออกมาปฏิเสธการยึดอำนาจทันที
“อย่าไปให้ความสำคัญหรือให้ค่าอะไรนักหนา ส่วนที่อยากให้ ผบ.ทบ.ให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ปฏิวัตินั้น ทำไมต้องให้สัญญากับใคร คนที่เป็นผู้บังคับบัญชาคือ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ไม่เกี่ยวกับคนอื่น” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
ปิดท้ายด้วยข่าวร้ายของพรรคภูมิใจไทย ภายหลัง กกต.มีมติ 3 ต่อ 2 เสียง ให้ใบแดง มนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ สส.เขต 5 บุรีรัมย์ จากกรณีจัดประชุมผู้ใหญ่บ้านแล้วจ่ายเงินให้กับผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา ขั้นตอนต่อจากนี้ กกต.จะใช้เวลา 30 วัน เพื่อเขียนคำวินิจฉัยเพื่อส่งไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และหลังจากที่มีคำสั่งรับฟ้องแล้ว จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.ทันที







