
นายกฯแจงแผนบริหารจัดการน้ำ
นายกฯแจงแผนบริหารจัดการน้ำ เชื่อรุนแรงเหมือนปีก่อน เตรียมหาพื้นที่ 2ล.ไร่รับน้ำ ยันเร่งเยียวยาเต็มที่ เผยนโยบายพักหนี้ เริ่มแล้ว
นายกฯแจงแผนบริหารจัดการน้ำ เชื่อรุนแรงเหมือนปีก่อน เตรียมหาพื้นที่ 2ล.ไร่รับน้ำ ยันเร่งเยียวยาเต็มที่ เผยนโยบายพักหนี้ เริ่มแล้ว
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จัดรายการสด "รัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน" จากบ้านพิษณุโลก โดย นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เป็นผู้ดำเนินรายการ ร่วมกับ นายกรัฐมนตรี ซึ่งในช่วงแรก ได้มีการพูดถึงการจัดงาน "รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย" เมื่อคืนที่ผ่านมา พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการช่วยกันเตรียมความพร้อม ในการรับมือกับน้ำในปีนี้ ที่อาจจะมีความรุนแรงเหมือนกับปีก่อนอีกพร้อมกันนี้
นายกฯกล่าวว่า ในวันที่ 13-17 กุมภาพันธ์นี้ จะลงพื้นที่ที่เกิดปัญหาน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาอัตราค่าชดเชยที่เหมาะสมในการเยียวยาให้เหมาะสม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้พิจารณาเงินช่วยเหลือไปแล้ว 5,000 บาท
นอกจากนี้ ในการบริหารจัดการน้ำ จะหาพื้นที่รับน้ำ 2 ล้านไร่ และพูดคุยหาทางปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตคนในพื้นที่ดังกล่าว เช่น การประกอบอาชีพ ให้เหมาะสมกับพื้นที่รับน้ำ ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนธรรมชาติของคนกับธรรมชาติของน้ำให้เข้ากัน ตลอดจนตรวจเยี่ยมพื้นที่เพื่อหาทางเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ทำฝายชะลอน้ำ และปลูกป่าและฟื้นฟูป่าหลายพื้นที่ เพราะข้อมูลจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีป่าเสื่อมโทรมถึงกว่า 10 ล้านไร่จากพื้นที่ป่า 20 ล้านไร่
ส่วนการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนปีนี้ จะเน้นการป้องกันน้ำท่วมเป็นหลัก ส่วนเรื่องน้ำแล้งก็กันไว้ระดับหนึ่งสำหรับพื้นที่น้ำแล้ง โดยจะเร่งระบายน้ำตั้งแต่วันนี้" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวและว่า สำหรับกรณีน้ำท่วมที่ อ.เสนา จ.อยุธยา ยอมรับและขอโทษประชาชน เนื่องจากเป็นปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการ มีการพยายามแจ้งลงไปแล้ว แต่ยังแจ้งลงไปไม่ถึงชุมชน ก็เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมก่อน
สำหรับนโยบายพักหนี้ครัวเรือนที่มีการพูดถึงก่อนหน้านี้ ขณะนี้มีการนำไปปฏิบัติแล้วเพียงแต่ยังไม่ได้ประชาสัมพันธ์ โดยจะพักหนี้ให้แก่ครัวเรือนที่มีหนี้ต่ำกว่า 5 แสนบาทเป็นเวลา 3 ปี หนี้ตั้งแต่ 5 แสนถึง 1 ล้านบาทปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสได้ลดภาระค่าใช้จ่ายระยะหนึ่ง และสามารถนำเงินดังกล่าวไปใช้จ่ายเพื่อจุนเจือครอบครัวสร้างอนาคต โดยผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์)
ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีการติดตามนโยบายต่างๆ จากรัฐมนตรี ว่านโยบายใดทำแล้ว นโยบายใดยังไม่ทำ เพื่อพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมในปีงบประมาณใหม่







