
อายัดทรัพย์ผู้ต้องหาแชร์ไอโฟนหลอกน.ศเอแบค
ดีเอสไอเผยป.ป.งอายัดทรัพย์สินผู้ต้องหาคดีแชร์ไอโฟนหลอกนักศึกษาเอแบค 20 รายร่วมลงทุนสูญ 300 ล้านบาท ธาริตแจงไม่มั่นใจผู้เสียหายจะได้เงินคืน
ดีเอสไอเผยป.ป.งอายัดทรัพย์สินผู้ต้องหาคดีแชร์ไอโฟนหลอกนักศึกษาเอแบค 20 รายร่วมลงทุนสูญ 300 ล้านบาท ธาริตแจงไม่มั่นใจผู้เสียหายจะได้เงินคืน
ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายซึ่งถูกหลอกให้ร่วมลงทุนธุรกิจจำหน่ายไอโฟน และถูกฉ้อโกงในรูปแบบของแชร์ลูกโซ่ หรือแชร์ไอโฟน ได้เข้าพบนายถิรชัย วุฒิธรรม เลขานุการรมว.ยุติธรรมและนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) หลังจากก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้จับกุมผู้ต้องหาคือ นายพฤติ จารุโภคกุล มาดำเนินคดีว่า โดยขอให้มีการเร่งติดตามทรัพย์สินของผู้ต้องหาเพื่อคืนให้ผู้เสียหายซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยอัชสัมชัญ(เอแบค )จำนวน 20 ราย ซึ่งกำลังได้รับความเดือนร้อนเนื่องจากเงินที่นำไปร่วมลงทุนเป็นเงินทุนที่ต้องใช้เพื่อการศึกษา และขณะนี้มีบางรายที่ต้องหยุดเรียนเพื่อไม่มีเงิน ทำให้เสียอนาคต โดยแต่ละรายล้วนสูญเงินเป็นหลักล้านบาท รายที่สูญเงินมากสุดคือ 175 ล้านบาท
"มูลค่าความเสียหายจากการถูกนายพฤติ โกงไปเป็นจำนวนเงินกว่า 300 ล้านบาท และสิ่งที่น่ากังวลที่สุดในกรณีนี้ คือผู้เสียหายส่วนใหญที่เป็นนักศึกษามีความจำเป็นต้องใช้เงินศึกษาต่อ แต่กลับถูกหลอกให้นำเงินมาร่วมลงทุนจนหมดตัว”ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายระบุ
ขณะที่นายธาริต ระบุว่าพฤติกรรมของผู้ต้องหาถือว่าแยบยลมากเพราะอาศัยความสนิทสนมในฐานะรุ่นพี่ รุ่นน้องในมหาวิทยาลัยมาชักชวนให้ร่วมลงทุนซื้อโทรศัพท์ไอโฟน โดยอ้างว่าจะสั่งซื้อสินค้ากับบริษัทแอปเปิ้ลโดยตรงเพื่อนำไปจำหน่ายให้กับกลุ่มลูกค้า โดยเสนอส่วนแบ่งกำไรให้ตั้งแต่ร้อยละ 10 ขึ้นไป หากใครสนใจลงทุนก็ให้โอนเงินเข้าบัญชีผู้ต้องหา ในช่วงแรกผู้เสียหายหลายคนเห็นว่าได้รับส่วนแบ่งกำไรกลับมาจริงจึงได้ชักชวนเพื่อนและญาติให้นำเงินมาลงทุนด้วย โดยการหลอกลวงครั้งนี้ทำต่อเนื่องมานานกว่า 2 ปี โดยที่ผู้เสียหายได้รับส่วนแบ่งมาตลอดทำให้ยิ่งหลงเชื่อมากขึ้น แต่สุดท้ายกลับพบว่าถูกหลอกเชิดเงินหายไปรวมกันกว่า 300 ล้านบาท
“ จนถึงขณะนี้กลุ่มผู้เสียหายไม่เชื่อว่าผู้ต้องหาจะกระทำความผิดเพียงลำพัง แต่น่าจะมีคนใกล้ชิดหรือคนในครอบครัวร่วมรู้เห็นด้วย ดังนั้น จึงต้องหาให้มีการตรวจสอบไปถึงเส้นทางการเงินของครอบครัวผู้ต้องหาเพื่อยึดหรืออายัดเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดเพื่อคืนให้กับผู้เสียหายด้วย”นายธาริต กล่าว
นายธาริต กล่าวว่า เบื้องต้นfดีเอสไอยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้เสียหายจะได้รับเงินคืนทั้งหมด ขึ้นอยู่กับทรัพย์สินที่ยังเหลือให้ยึดคืน อีกทั้งยังต้องใช้หลักการเฉลี่ยทรัพย์ตามสัดส่วนที่เสียหาย ซึ่งคดีดังกล่าวคาดว่าอัยการจะพิจารณาดำเนินคดีทั้งในส่วนของคดีอาญาและคดีแพ่ง ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการติดตามเส้นทางการเงินคนในครอบครัวด้วย
ด้านนายถิรชัย กล่าวว่า จะขอให้ดีเอสไอติดตามดำเนินคดีดังกล่าวจนถึงที่สุด เพราะถือว่ามีความเสียหายมาก คาดว่าดีเอสไอจะสรุปสำนวนสั่งฟ้องได้ภายในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ได้ทำการอายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหาได้บางส่วน เป็นที่ดิน คอนโดติดจำนอง 4 แห่ง รถยนต์ 3-4 คัน ส่วนเงินในบัญชีพบว่าไม่เหลืออยู่แล้ว แต่จะประสานให้ปปง.ติดตามเส้นทางการเงินของคนในครอบครัวเพราะเชื่อว่าน่าจะมีการทำเป็นเครือข่ายและจำเป็นต้องติดตามอายัดทรัพย์สินที่ฉ้อโกงกลับคืนมาให้หมด ไม่ให้ผู้ต้องหาหรือเครือข่ายยังมีเงินใช้จ่ายได้อย่างสะดวกสบายหรือถูกจับกุมเพียงไม่กี่ปีเมื่อออกมาแล้วยังใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเหมือนเดิม







