
ปชป.ห่วงแก้รธน.ทำปชต.ถดถอย
อภิสิทธิ์ รับห่วงแก้รธน.ดึงองค์กรอิสระกลับใต้ปีกฝ่ายบริหาร ทำปชต.ถดถอย อัดดช.ปลาตู่ยังสนุกทำบ้านเมืองเสียหาย
อภิสิทธิ์ รับห่วงแก้รธน.ดึงองค์กรอิสระกลับใต้ปีกฝ่ายบริหาร ทำปชต.ถดถอย อัดดช.ปลาตู่ยังสนุกทำบ้านเมืองเสียหาย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีประธานศาลปกครอง ระบุมีความพยายามล้มศาลปกครองนั้น ตนเองเคยตั้งข้อสังเกต 3 ข้อถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ว่า รัฐบาลต้องไม่แตะเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ ระวังวาระการนิรโทษกรรม และองค์กรอิสระ ซึ่งที่ผ่านมามีการอ้างถึงรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่เป็นต้นตำหรับของการมีองค์กรอิสระ แต่กลับต้องการจะเปลี่ยนแปลงองค์กรอิสระให้มาอยู่ใต้อาณัติของฝ่ายที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ขัดต่อการตั้งองค์กรอิสระ และจะกระทบต่อการถ่วงดุลย์ต่อฝ่ายบริหาร
ทั้งนี้ จะพบว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มนิติราษฎร์ รัฐบาล และ เสื้อแดง จะมีการผลักดันที่สอบรับกันเสมอ ผลัดเปลี่ยนกันเป็นคนเสนอ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่คงไม่มีความเป็นประชาธิปไตย เหนือรัฐธรรมนูญปี 2550 หรืออาจถดถอยลงไป เพราะอ้างว่า ทุกอย่างมาจากการเลือกตั้ง จึงต้องเพิ่มอำนาจให้กับคนที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ใช่หลักของประชาธิปไตย ซึ่งความจริงการเลือกตั้งไม่ใช่ทุกอย่างของประชาธิปไตย
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เท่าที่ดูท่าทีของรัฐบาลจะเห็นว่าประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน มาตราที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน เช่น มาตรา 67 ในเรื่องสิ่งแวดล้อม มาตรา 190 เรื่องการทำสนธิสัญญาและข้อตกลงกับต่างประเทศ มีแนวโน้มว่า มีความพยายามยกเลิกหรือลดการมีส่วนร่วม
นายอภิิสิทธิ์ กล่าวว่า กรณีที่ทางสหรัฐอเมริกา ออกมาปฏิเสธถึงคำพูดของนายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ว่า ไม่เคยออกมาเตือนว่าจะมีการปฏิวัติในประเทศไทย นั้น ต้องไปถามนายจตุพร ว่า ยังสนุกสนานกับการเล่านิทานให้บ้านเมืองเสียหายอยู่หรือไม่
ไม่แน่ใจลอตเตอรี่กีฬาสร้างสนามกีฬายังทำได้
นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทางบลูสกายแชแนล ถึงประเด็นที่ นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวฯ ผุดแนวคิดออกลอตเตอรี่กีฬาเพื่อระดมทุน 1หมื่นล้าน ทำสนามกีฬามาตรฐานทั่วประเทศ ความจริงมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่ต้องการเงินและต้องการใช้วิธีออกสลากพิเศษ หรือสลากการกุศล ซึ่งครม.ได้ทำการอนุมัติล่วงหน้าไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นทำให้ไม่แน่ใจว่าจะสามารถที่จะมีการออกสลากเพิ่มขึ้นได้อีกเพื่อรองรับสิ่งเหล่านี้ เพราะต้องคำนึงถึงปริมาณของสลากที่จะต้องออกมาเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่อง สนามกีฬาในภาพรวมเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุน แต่ไม่คิดว่าแนวทางที่จะไปเร่งสร้างทุกแห่งนั้นจะได้ผลอย่างที่เราต้องการ หากไม่มีผู้ดูแลที่ดีสนามไม่ได้มาตรฐานหรือสนามถูกทิ้งให้เสื่อมโทรมไปก็จะกลายเป็นผลเสียมากกว่า ดังนั้นการประเมินว่าจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพูดถึงก้อนเงินมากมายมหาศาล และตั้งเป้าไว้สูงในระยะเวลาอันสั้น เพราะสามารถทำไปโดยลำดับได้
"เราต้องคิดทั้ง 2 ส่วน คือกีฬานั้นมีทั้งในส่วนการส่งเสริมความเป็นเลิศของนักกีฬาที่พัฒนาขึ้นมา ซึ่งก็เป็นเป้าหมายที่สำคัญกับการที่จะให้ประชาชนสามารถไปออกกำลังกาย มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไปออกกำลังกาย ไปเล่นกีฬาได้ เพราะฉะนั้นจะต้องทำให้เกิดความพอเหมาะพอดี เพราะในส่วนแรกในการพัฒนานักกีฬาไปสู่ความเป็นเลิศนั้น ก็ต้องมีมาตรฐานสูง การฝึกซ้อม มาตรฐานสนาม แต่การมีสถานที่อำนวยความสะดวกเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ออกกำลังก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ก็ต้องมาถกกันให้ชัดว่าตกลงสนามกีฬาในระดับจังหวัดนั้นตอบสนองเป้าหมายไหน หรือจะไปทำลานกีฬา ผมว่าต้องพูดกันให้ชัดไม่ควรปะปน” นายอภิิสิทธิ์ กล่าว







