
ศาลสั่งรื้อรร.ดังซอยร่วมฤดี
ศาลปกครองสั่งให้ กทม.และเขตปทุมวัน รื้อโรงแรมดังสร้างถนนในซอยร่วมฤดีกว้างไม่ถึง 10 เมตร
ศาลปกครองสั่งให้ กทม.และเขตปทุมวัน รื้อโรงแรมดังสร้างถนนในซอยร่วมฤดีกว้างไม่ถึง 10 เมตร
ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง ด้วยการรื้อถอนอาคารโรงแรมดิเอทัสตามที่ประชาชนผู้อาศัยในซอยร่วมฤดีได้ยื่นฟ้องว่า บริษัท ลาภประทาน และบริษัท ทับทิมทร ได้ก่อสร้างอาคารสูงใหญ่เกินกว่ากฎหมายกำหนดและมีซอยกว้างไม่เกิน 10 เมตร
นอกจากนี้ ทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของชุมชนที่พักอาศัยในซอยร่วมฤดี รวมถึงปัญหาอัคคีภัยและการจราจรที่แออัด จนทำให้ประชาชนเกิดความไม่ปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สิน โดยได้ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2551
ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์ข้อมูลหลักฐานที่ผู้ฟ้องและผู้ถูกฟ้องได้นำเสนอแล้วพิจารณาเห็นว่า ซอยร่วมฤดีซึ่งเป็นทางสาธารณประโยชน์และเป็นสถานที่ตั้งอาคารที่พิพาทมีความกว้างไม่ถึง 10 เมตร ตลอดแนวจริงตามข้อมูลการรังวัดของกรมที่ดิน จึงขัดกับกฎกระทรวงฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ในข้อ 2 ออกตามความใน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ที่ห้ามมิให้มีการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม คดีนี้นายขวัญแก้ว วัชโรทัย รองเลขาธิการพระราชวัง นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ แพทย์หลวง อาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประชาชนในซอยร่วมฤดีรวม 24 ราย ได้มอบอำนาจให้นายเฉลิมพงษ์ กลับดี หัวหน้าศูนย์ทนายความอาสา มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ยื่นฟ้องผู้ว่าฯ กทม.และผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ในฐานะเป็นผู้บริหารและใช้อำนาจหรือออกคำสั่งให้เอกชนก่อสร้างอาคารสูงใหญ่เกินกว่ากฎหมายกำหนด
นายเฉลิมพงษ์ กล่าวว่า แม้โรงแรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ กทม.และสำนักงานเขตปทุมวัน จะต้องใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารรื้ออาคารทั้งหมดหรือบางส่วน หากไม่รื้อถอนทางสำนักงานเขตมีอำนาจขอให้ศาลมีคำสั่งจับกุมและกักขังบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตามได้







