
ปลอดประสพ ...ชงแยกฝั่งธนบุรีอออกจาก กทม.เอื้อจัดการน้ำท่วม
ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยในงานสัมมนาหัวข้อ “วิสัยทัศน์การพัฒนา กทม.
โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน
ปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยในงานสัมมนาหัวข้อ “วิสัยทัศน์การพัฒนา กทม. เพื่อรับมือกับอุทกภัย” เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ว่ามีแนวคิดที่จะแยกกรุงเทพมหานคร (กทม.) ออกจากเขตธนบุรี ตามที่เคยถูกแยกมาแล้วในอดีต โดยได้มีการพูดถึงเรื่องนี้ในพรรคเพื่อไทย เพราะ กทม.เป็นเมืองที่ใหญ่เกินกว่าที่จะบริหารได้ทั่วถึง
ทั้งนี้ จากเหตุการณ์น้ำท่วมปีที่ผ่านมาประชาชนฝั่งธนบุรีบ่นว่าถูกทอดทิ้ง ปล่อยให้น้ำท่วมมากและนานเกินไป อีกทั้งที่ผ่านมา กทม.มีปัญหาสะสมหลายด้าน ทั้งเรื่องการบริหารจัดการที่ขาดการวางแผนระยะยาว โดยเฉพาะเป็นเมืองที่มีส่วนติดทะเล แต่ไม่วางแผนการบริหารการจัดการที่คำนึงถึงลักษณะทางกายภาพดังกล่าว
รวมถึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเป็นเมืองปากแม่น้ำที่มีแม่น้ำลำคลองจำนวนมากจนไม่สามารถใช้ระบายน้ำได้ในช่วงเกิดอุทกภัย และจนถึงขณะนี้เรื่องดังกล่าวยังคงเป็นคำถามที่ กทม. ต้องตอบว่าเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในอนาคตไว้อย่างไรบ้าง
ปลอดประสพ ระบุว่า ได้เสนอให้ กทม.เตรียมแผนรับมืออุทกภัยที่จะเกิดในอนาคต ดังนี้ 1.ต้องเตรียมเรื่องคันกั้นน้ำ โดยต้องมีการบริหารงานให้ทำหน้าที่ระบายน้ำและผันน้ำนอกเหนือจากการกั้นน้ำเพียงอย่างเดียว 2.ต้องเพิ่มขีดความสามารถระบายน้ำ จัดหมวดหมู่ของ กทม.ให้ชัดเจนเมื่อต้องถูกระบายผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา เพราะศักยภาพของแม่น้ำเจ้าพระยาสามารถรับน้ำได้ 4,000 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่เมื่อประสบอุทกภัยปริมาณจะสูงกว่า 5,000 ล้าน ลบ.ม. ต้องมีระบบการระบายออกด้านข้างเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาน้ำท่วม
3.ต้องปรับปรุงคลองใน กทม. ซึ่งมีสภาพเป็นคลองส่งน้ำให้ทำหน้าที่เป็นคลองระบายน้ำ โดยต้องประสานกับกรมชลประทานในการดำเนินการ 4.ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำให้คลองสำคัญๆ แต่ละเขต 5.ต้องเร่งปรับปรุงคลองในแนวตั้ง ซึ่งทำหน้าที่ส่งน้ำไปสู่ทะเล เพิ่มสถานีสูบน้ำในบริเวณนี้ โดย กทม.ต้องให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ปลอดประสพ กล่าวอีกว่า ปีนี้มีแนวโน้มที่ฝนจะตกหนักและมีปริมาณมากกว่าปีที่แล้ว ขณะที่ยังมีปริมาณน้ำทุ่งอยู่ในบางพื้นที่ ซึ่งแม้ไม่น่าจะเกิน 2,000 ล้าน ลบ.ม. แต่ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการซับน้ำหากมีปริมาณฝนตกเพิ่ม โดยในขณะนี้หากสรุปได้ว่าปริมาณน้ำในปีนี้อาจจะยังมากอยู่ สิ่งที่รัฐบาลคำนึงถึงมากคือเรื่องการระบายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้องค่อยๆ ควบคุมน้ำให้ค่อยๆ ไหลผ่านพื้นที่อย่างสมดุลกับขีดความสามารถของการระบายน้ำ
ทั้งนี้ จากแนวคิดดังกล่าว รัฐบาลจึงได้มีแนวคิดที่จะหน่วงน้ำไว้ในพื้นที่ 2 ล้านไร่ เป็นแก้มลิง โดยต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วที่สุด และเชื่อว่ารัฐบาลจะดำเนินการได้ โดยคำนึงความเป็นพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ต้องบอกประชาชนล่วงหน้าในการขอใช้เป็นพื้นที่รับน้ำ
“แต่ยังตอบไม่ได้ว่าน้ำจะท่วม กทม.อีกหรือไม่ บอกได้เพียงว่ามีปริมาณน้ำมาก โดยไม่อยากระบุชัดเพื่อสร้างความตื่นตระหนก ในปีนี้หากเกิดน้ำท่วมอีกจะคัดค้านเรื่องการใช้บิ๊กแบ็กกั้นน้ำ เนื่องจากไม่มีประโยชน์ สร้างความแตกแยกและยากต่อการจัดเก็บ”
“หลังจากนายกฯ กลับมาจากการลงพื้นที่ไม่เกิน 1 เดือน เราจะประกาศได้ว่า พื้นที่รับน้ำ 2 ล้านไร่จะอยู่ตรงไหน รวมถึงมาตรการจ่ายเงินชดเชยให้ประชาชนในพื้นที่” ปลอดประสพ กล่าว







