
ชูวิทย์ยื่นป.ป.ช.สอบชัยวัฒน์
ชูวิทย์ยื่นป.ป.ช.สอบชัยวัฒน์ใช้ตำแหน่งการเมืองผันงบทำถนนลงหน้าบ้านพักที่นครศรีฯ ยันคลิปของจริงตือนโปรดปรานระวังตัวเพราะมีอีกคลิปรอแฉ ลั่นยุบพรรครักประเทศไทยขอทำด้วยตัวเอง
ชูวิทย์ยื่นป.ป.ช.สอบชัยวัฒน์ใช้ตำแหน่งการเมืองผันงบทำถนนลงหน้าบ้านพักที่นครศรีฯ ยันคลิปของจริงตือนโปรดปรานระวังตัวเพราะมีอีกคลิปรอแฉ ลั่นยุบพรรครักประเทศไทยขอทำด้วยตัวเอง
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบการปฎิบัติหน้าที่ทางการเมืองของ นายชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย กรณีดึงงบประมาณของกรมทางหลวงชนบทไปก่อสร้างถนนหน้าบ้านพักของนายชัยวัฒน์ ที่อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากเห็นว่า นายชัยวัฒน์อาจมีส่วนรับผลประโยชน์ในงบประมาณดังกล่าว พร้อมกับนำคลิปวิดีโอเป็นหลักฐานประกอบคำร้องตามที่ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้
นายชูวิทย์ ยืนยันว่าการที่ได้นำคลิปวิดีโอการสนทนา ถึงการผลักดันโครงการสร้างถนนในพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช ของนายชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย และอดีตเลขาธิการพรรค มาเปิดเผยนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องการเมือง ตนเป็นคนไม่ชอบเล่นการเมือง ตนและนายชัยวัฒน์เป็นเพื่อนกันมา แต่ตอนนี้อุดมการณ์ขัดแย้งกัน
“เปรียบเสมือนนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแลคณะรัฐมนตรี หากคนในคณะทำไม่ดี แล้วไปสมรู้ร่วมคิด ก็เหมือนพายเรือให้โจรนั่ง สถานการณ์ตอนนี้ของนายชัยวัฒน์ เหมือนกับผมเป็นเจ้าอาวาส แล้วนายชัยวัฒน์เป็นพระในวัด หากพระมาบอกกับเจ้าอาวาสว่าจะเอาเด็กอายุ 15 มาข่มขืน ตนก็ต้องออกมาเปิดเผยความจริง” นายชุวิทย์ กล่าว
ส่วนกรณีที่นายชัยวัฒน์ ออกมาปฎิเสธคลิปดังกล่าวไม่ใช่ของจริง และมีการตัดต่อขึ้นนั้น นายชูวิทย์ กล่าวว่า คลิปมีความยาวถึง 1 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งสามารถเปิดฉายในโรงหนังเป็นเรื่องภาพยนตร์เรื่องหนึ่งได้เลย
“คลิปที่ผมเอามาเปิดนั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น หากผมเปิดคลิปชุดเต็ม ยิ่งเปิดนายชัยวัฒน์จะยิ่งตาย แต่ถ้าจะบอกว่าเป็นการตัดต่อก็ไม่เป็นไร เพราะผมส่งคลิปฉบับเต็มให้กับทางป.ป.ช. เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาแล้ว ก็ค่อยไปดูข้อเท็จจริงกันในศาล”นายชูวิทย์ กล่าว
นายชูวิทย์ กล่าวต่อว่า สถานะความเป็นเพื่อน กับสถานะความเป็นหัวหน้าพรรค จะต้องแยกออกจากกัน ต้องแยกแยะให้ถูกต้อง ตนไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัว อย่างกรณีของนายโปรดปราน โต๊ะราหนี สส.บัญชีรายชื่อ ของพรรค ก็ขอให้ระวังให้ดี เพราะตนยังมีคลิปอีกชุดหนึ่ง ที่เป็นชุดของนายโปรดปราน อย่างไรก็ตาม ตนขอยืนยันว่า หากพรรคนี้จะถูกยุบ ตนก็จะเป็นผู้ยุบพรรคเอง
นายชูวิทย์ กล่าวด้วยว่า ระบบพรรคการเมืองของประเทศไทยเป็นระบบที่เฮงซวย เป็นระบบพวกมากลากไปซึ่งถ้าคนไทยต้องการระบบแบบนี้ ตนก็จะขอลาออก เพราะตนคงรับไม่ได้กับการที่เอางบประมาณไปลงไว้ที่จังหวัดบ้านตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นสส.แบบแบ่งเขต ส่วนตัวตนคิดว่า หากตนไม่เล่นการเมือง ทั้งสองคนก็คงไม่สามารถเข้ามาในสภาฯได้ คนหนึ่งคงกลับไปเย็บมุ้งขาย อีกคนคงกลับไปขายโรตี







