
วิปค้านดักคอรัฐบาลให้หลักประกันก่อนแก้รธน.
วิปฝ่ายค้าน จี้ รัฐบาล ให้หลักประกันแก้รธน. ห้ามแตะหมวด 2 ยกเลิกองค์กรอิสระ หรือ ทำเพื่อคนพิเศษ
วิปฝ่ายค้าน จี้ รัฐบาล ให้หลักประกันแก้รธน. ห้ามแตะหมวด 2 ยกเลิกองค์กรอิสระ หรือ ทำเพื่อคนพิเศษ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วม (วิป) ฝ่ายค้านกล่าวว่า ใการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสัปดาห์นี้ จะตั้งกระทู้ถามสดที่ค้างอยู่ที่นายกรัฐมนตรียังไม่ได้มาตอบ ในกระทู้เรื่องการแปรรูปการปิโตเลียมแห่งประเทศไทย หรือ การขายหุ้นของ ปตท.จากรัฐวิสาหกิจ ให้เป็นของเอกชน ซึ่งทางวิปฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย ส่วนกระทู้ที่สองคือกระทู้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ที่ยังดำเนินการล่าช้า ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ประสบอุทกภัยที่ผ่านมา และแผนปฏิบัติงานที่จะทำให้สังเกิดความมั่นใจ
นายจุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับความพยายามเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทางฝ่ายค้านได้เตือนรัฐบาลมาโดยตลอด ว่าจะเป็นประเด็นที่จะนำสังคมไปสู่ความขัดแย้ง และแตกแยก ซึ่งอาจจะนำประเทศไปสู่วิกฤตโดยไม่จำเป็น แต่ในที่สุดก็ดูเหมือนว่ารัฐบาลที่มีเสียงข้างมากยังมีความพยายามที่จะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญต่อไป เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อผลที่จะตามมาในอนาคต
ทั้งนี้ วิปฝ่ายค้านมีข้อห่วงใย ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการตั้ง สสร.รอบนี้ แต่กต่างจากการตั้ง สสร.เมื่อการร่างรัฐธรรมนูญในปี 2540 เพราะการตั้ง สสร.ในปีนี้ สังคมเคลือบแคลงสงสัยว่ามีเป้าหมายที่ซ่อนเร้นที่อาจจะนำไปสู่การล้างความผิดให้กับคน ๆ เดียว โดยการอ้างประชาธิปไตยบังหน้า อีกที่มาของ สสร.นั้นไม่มีหลักประกันใด ๆ ว่า สสร.99 คนที่จะได้มานั้น จะไม่เป็นร่างทรงของรัฐบาล
"ที่กล่าวเช่นนี้เพราะดูเหมือนว่ารัฐบาลจะมั่นใจว่า สสร.77 คนที่อ้างว่ามาจากการเลือกตั้งนั้น สุดท้ายแล้วรัฐบาลก็สามารถที่จะดำเนินการให้ได้คนของพรรครัฐบาลเข้ามาเป็น สสร.ได้ ซึ่งดูได้จากการที่ไม่กำหนดคุณสมบัติห้ามสมาชิกพรรคการเมืองเข้ามาเป็น สสร.นอกจากนี้ยังมีนักวิชาการ 22 คนที่ระบุให้รัฐสภาเป็นผู้เลือก ซึ่งแน่นอนว่าองค์ประกอบของรัฐสภา รัฐบาลเป็นผู้มีเสียงข้างมากในสภาฯ ซึ่งรัฐบาลสามารถชี้เป็นชี้ตายได้ว่าใครจะเข้ามาเป็นสมาชิก สสร.ในนามวิชาการ"
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่มีหลักประกันใด ๆ ว่าเมื่อตั้ง สสร.ไปร่างรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว จะออกมาในรูปแบบที่สังคมกังวลหรือไม่ เช่น 1.ไม่มีหลักประกันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่แตะหมวด 2 ที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ 2.จะไม่ยกเลิกองค์กรอิสระ 3.ไม่มีหลักประกันใด ๆ ว่าการแก้รัฐธรรมนูญรอบนี้จะไม่เป็นการล้างผิดให้กับคนพิเศษที่เป็นเป้าหมายซ่อนเร้นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา 309 หรือมาตรา 102 ที่กำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิรับสมัครเลือกตั้งเป็น สส.ไม่ว่าจะเป็น (5) เป็นเรื่องของบุคคลที่มีลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิรับเลือกตั้งเป็น สส.คือเคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไปและได้รับการพ้นโทษมาไม่ถึง 5 ปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือ (7) เคยต้องห้ามพิพากษาให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นจะผิดปกติ ซึ่งหากเป็น ส.ส.ไม่ได้ก็เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่อยากให้สังคมหลงประเด็นที่รัฐบาลอ้างว่าจะไม่แก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเป็นการอ้างคนละเรื่องกัน และอีกสองเรื่องที่รัฐบาลบอกว่าจะไม่แก้ไข ก็คือ เรื่องของการปกครองประเทศไทยที่เป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่แก้ไขที่ประเทศไทยต้องเป็นรัฐเดียวแบ่งแยกไม่ได้ ซึ่งการที่รัฐประกาศว่าจะไม่แก้ไขสองประเด็นนี้ ถือเป็นภาคบังคับที่เขียนเอาไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้วว่าแก้ไขไม่ได้ เพราะฉะนั้นการกล่างอ้างเช่นนี้ถือว่าไม่เพียงพอ รับบาลจะต้องมีหลักประกันให้ประชาชน จึงจะทำให้สังคมคลายความกังวลได้ รัฐบาลจะต้องการประกาศว่าหากรัฐบาลมีการแตะต้อง หมวด 2 หรือยกเลิกองค์กรอิสระ หรือมีผลเป็นการล้างผิดเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่คน ๆ เดียว รัฐบาลจะต้องไม่ยกมือรับรัฐธรรมนูญ







