
แบรนด์เนมหนีไทยค่าจ้างขึ้นสั่งลดผลิต
รองเท้าแบรนด์เนม ลดพึ่งโรงงานผลิตในไทย หลังโดนเรียกค่าจ้างเพิ่ม หันซบโรงงานจีนและเพื่อนบ้านแทน
รองเท้าแบรนด์เนม ลดพึ่งโรงงานผลิตในไทย หลังโดนเรียกค่าจ้างเพิ่ม หันซบโรงงานจีนและเพื่อนบ้านแทน
นายชนินทร์ จิตต์โกมุท นายกสมาคมรองเท้าไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันเจ้าของสินค้ายี่ห้อดังระดับโลกเริ่มลดคำสั่งผลิตสินค้าจากโรงงานในไทย หันไปสั่งผลิตจากจีน เวียดนาม และอินโดนีเซียแทน เนื่องจากไทยขาดแคลนฝีมือแรงงาน รวมถึงโรงงานในไทยขอปรับขึ้นราคาค่าจ้างตามนโยบายปรับขึ้นค่าจ้างของรัฐบาล ส่งผลให้ผู้ผลิตรองเท้าขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ดำเนินกิจการได้ลำบาก
ทั้งนี้ ยอมรับว่า การขอปรับขึ้นราคาค่าจ้างในการผลิตรองเท้าเพียงคู่ละ 510 บาท ก็ทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์สินค้าปฏิเสธการสั่งผลิตสินค้าแล้ว เพราะในการสั่งสินค้าแต่ละครั้งต้องใช้เวลาล่วงหน้านาน 1 ปี และต้องผลิตหลายแสนคู่ แต่ในส่วนของจีน เวียดนาม อินโดนีเซีย ต้นทุนการผลิตรองเท้ายี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกันจะมีต้นทุนต่ำกว่าผลิตในไทยคู่ละ 20%
ขณะเดียวกัน ในช่วงที่ผ่านมาโรงงานผลิตรองเท้าของญี่ปุ่น 23 รายก็ย้ายฐานการผลิตจากไทยไปอยู่พม่า เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำ โดยเฉพาะผู้ที่จบปริญญาตรีของพม่าแล้วสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้คล่อง อีกทั้งยังได้รับการถ่ายทอดความรู้จากอุตสาหกรรมของไทยไปมาก มีค่าจ้างเฉลี่ยเดือนละ 7,000-8,000 บาท ต่ำกว่าของไทยที่มีความสามารถระดับเดียวกัน แต่ต้องจ้างขั้นต่ำ 2 หมื่นบาท
นางเนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย นายกสมาคมเครื่องหนังไทย กล่าวว่า ขณะนี้โรงงานผลิตเครื่องหนังเริ่มไปเจรจาขอปรับขึ้นราคาสินค้ากับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากมีภาระต้นทุนการผลิตที่สูงจากนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของรัฐบาล ลูกค้าบางรายก็ยอมแต่บางรายไม่ยอม







