
กฏหมายการแข่งขันทางการค้าในประเทศไทย
ในปัจจุบันประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการเปิดเขตการค้าเสรีมากขึ้น
ในปัจจุบันประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการเปิดเขตการค้าเสรีมากขึ้น
โดย..อนุรักษ์ นิยมเวช
แม้จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในการส่งเสริมและกระตุ้นกลไกการตลาด แต่การค้าในระบบเสรีนี้เป็นช่องทางให้เกิดการผูกขาดตลาดของพ่อค้าบางรายได้
ทั้งนี้ เพราะผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจขนาดใหญ่และมีทุนสูงอาจใช้อำนาจเหนือตลาดทำให้เกิดการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการรายย่อย ดังนั้นถ้ามีการควบคุมการแข่งขันที่ไม่ดีพอ อาจทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยเสียเปรียบได้ เพราะเหตุนี้ พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542จึงเป็นกฎหมายหลักที่มีความสำคัญในการคุ้มครองผู้ประกอบการค้าเพื่อไม่ให้เอาเปรียบซึ่งกันและกัน เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้มีเจตนารมณ์แท้จริงเพื่อส่งเสริมให้การประกอบธุรกิจดำเนินไปอย่างเสรีและเป็นธรรม โดยป้องกันไม่ให้มีการผูกขาดโดยผู้ประกอบการรายหนึ่งรายใด เพราะหากไม่ควบคุมตัวผู้ประกอบการให้ดี ผู้บริโภคซึ่งก็คือประชาชนจะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการผูกขาดในสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ตาม แม้พระราชบัญญัติดังกล่าวนี้จะมีผลบังคับใช้มากว่า 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะดำเนินการเอาผิดกับผู้ประกอบการได้แม้แต่รายเดียว อาจกล่าวได้ว่าการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวนี้ประสบความล้มเหลวเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะผลักดันให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าฉบับนี้ เพื่อสามารถที่จะใช้บังคับได้จริงและมีประสิทธิภาพในการป้องกันการผูกขาดและสร้างความเป็นธรรมทางการค้าให้มากที่สุด
แม้ที่ผ่านมาประเทศไทยจะมีคดีที่เกี่ยวข้องในประเด็นของการแข่งขันทางการค้าอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเพียงคดีที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าเท่านั้น ไม่เคยมีคดีที่ขึ้นสู่ศาลเลย มีเพียงแต่บางบริษัทที่แม้คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าสอบสวนแล้วเห็นว่ามีการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ทว่าอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องในคดีนี้ เนื่องจากเห็นว่าคดีไม่มีมูล แต่อย่างไรก็ดีคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวแล้วและกำลังรอติดตามผลการพิจารณาต่อไป
จากตัวอย่างของการร้องเรียนที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าอุปสรรคที่ทำให้กฎหมายดังกล่าวประสบความล้มเหลวอย่างที่ผ่านมาประกอบไปด้วยสาเหตุหลายประการจากช่องโหว่ของพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ที่ทำให้ในอดีตกฎหมายการแข่งขันทางการค้าไม่สามารถถูกบังคับใช้ได้จริงอย่างในต่างประเทศ ทั้งนี้ประกอบไปด้วยจุดอ่อนหลายประการดังต่อไปนี้ การขาดความเป็นอิสระขององค์กรที่สามารถถูกอำนาจทางการเมืองครอบงำเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้ หรืออาจกล่าวได้ว่าโครงสร้างของคณะกรรมการสุ่มเสี่ยงต่อการแทรกแซงได้ง่าย รวมถึงความไม่เพียงพอของงบประมาณและขาดแคลนซึ่งบุคลากรที่จำเป็นต่อการดำเนินงาน อีกทั้งขอบเขตภารกิจที่กำหนดไว้แต่เดิมไม่ครอบคลุมไปถึงหน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ กล่าวคือ ไม่สามารถที่จะเยียวยาแก้ไขการผูกขาดที่เกี่ยวข้องกับรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานราชการได้ และในการกำหนดบทลงโทษที่ไม่เหมาะสมกับความเสียหายที่เกิดขึ้น เนื่องจากตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าของประเทศไทยนั้นเป็นโทษทางอาญาเพียงอย่างเดียว ในขณะที่ต่างประเทศได้กำหนดโทษไว้ทั้งทางอาญาและทางแพ่ง
จากที่กล่าวมานี้ เห็นได้ว่ามีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องมีการแก้ไขพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ซึ่งจะรวมถึงโครงสร้างคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าและนโยบายต่างๆ จากภาครัฐที่เกี่ยวข้องอีกด้วย เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันของตลาด
ทั้งนี้ จึงได้มีการเสนอแนวทางเพื่อการแก้ปัญหาดังกล่าวไว้ในเบื้องต้น เพราะแม้ว่าความล้มเหลวของกฎหมายการแข่งขันทางการค้าจะมีสาเหตุหลายประการ แต่ประเด็นสำคัญคือ การขาดความเป็นอิสระของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
ดังนั้น หากแก้ไขก็ควรเริ่มจากการปรับเปลี่ยนสถานะของสำนักแข่งขันทางการค้า ซึ่งปัจจุบันขึ้นกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ มีหน้าที่หลักเพื่อดำเนินการติดตามความเคลื่อนไหวผู้ประกอบธุรกิจและพฤติกรรมในการประกอบธุรกิจ เพื่อป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาด รับเรื่องร้องเรียนและตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ แปรสภาพให้เป็นองค์กรอิสระแยกออกจากฝ่ายบริหาร มิฉะนั้นอาจเกิดการแทรกแซงจากกลุ่มนักธุรกิจและนักการเมืองที่ต้องการหาผลประโยชน์ได้ง่าย รวมถึงควรมีการกำหนดคุณสมบัติของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ซึ่งไม่ควรเป็นบุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ควรเป็นนักวิชาการหรือข้าราชการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการแข่งขันทางการค้า และควรให้ภาคประชาชนเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย
นอกจากนี้ รัฐวิสาหกิจควรต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า เพราะจะทำให้เกิดความเป็นธรรมแก่ธุรกิจของเอกชน เพราะรัฐวิสาหกิจได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐจึงทำให้มีสิทธิพิเศษเหนือกว่าธุรกิจของเอกชน ซึ่งอาจทำให้เกิดการผูกขาดตลาดได้อีกทั้งควรให้มีการเพิ่มบทบาทหน้าที่ของสำนักแข่งขันทางการค้า โดยให้มีการตรวจสอบนโยบายของภาครัฐที่อาจก่อให้เกิดการผูกขาดในตลาดและปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้าให้สำนักแข่งขันทางการค้ามีอำนาจหน้าที่ในการเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับกฎ ระเบียบ และนโยบายของภาครัฐที่มีผลกระทบในการจำกัดการแข่งขันในตลาด และการแก้ไขบทลงโทษควรมีการกำหนดใช้บทลงโทษทางแพ่งมากกว่าการลงโทษทางอาญา โดยโทษทางแพ่งนั้นให้กำหนดได้จากสัดส่วนของความเสียหายที่สามารถประเมินได้
ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงมีความเห็นว่าพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้ามีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากประเทศไทยมีระบบการค้าแบบเสรี ดังนั้นเพื่อสร้างความเป็นธรรมในทางการค้าและจากที่ผ่านมากฎหมายแข่งขันทางการค้าของประเทศไทยยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร
ดังนั้น ควรมีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันทางการค้า รวมถึงโครงสร้างคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า เพื่อสนับสนุนการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย







