
ปั๊มเงินเพลิดเพลิน-จำเริญปาร์ตี้น้ำท่วม
การสร้างพันธะสัญญาไว้ระหว่างหาเสียง ถึงวันนี้หายนะกำลังออกดอกออกผล สะเทือนไปถึงงบประมาณรายจ่ายประเทศ
โดย...อสนีบาต
ท่ามกลางข่าวดีสัปดาห์ก่อน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ปรับฐานเงินเดือนข้าราชการระดับปริญญาตรี เอก โท รวมถึง ปวช. ปวส. พนักงานราชการขยับขึ้นมาด้วย มีผลตกเบิกย้อนหลัง 1 มกราคม 2555 ก็ต้องร่วมแสดงความยินดีพี่น้องข้าราชการด้วยคน
การเพิ่มเงินในกระเป๋าข้าราชการเป็นผลจากพันธะสัญญาขอคะแนนเสียงแลกกับการได้อำนาจรัฐเพื่อเข้ามาทำอย่างนั้นอย่างนี้ให้ได้ทั้งขึ้นเงินเดือนข้าราชการระดับปริญญาตรีให้ได้ 1.5 หมื่นบาท ปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วไทย แจกแท็บเล็ตให้เด็กนักเรียนชั้นประถมปีที่ 1 ฯลฯ
ทว่าข่าวดีจากการปรับฐานเงินเดือน มาพร้อมความสยอดสยองการเงินการคลังของประเทศอยู่ไม่น้อย โปรดสดับตรับฟังให้ถี่ถ้วน นโยบายรัฐบาลเพื่อไทยประกาศไว้แจ่มชัด จะปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการระดับปริญญาตรี 1.5 หมื่นบาท ภายใน 2 ปี "ขอย้ำภายใน 2 ปี" แต่ข้อเท็จจริงมติครม.เมื่อวันที่ 31 ม.ค. มิได้ปรับฐานเงินเดือนข้าราชการ 1.5 หมื่นบาทซะทีเดียว
อย่างกรณีระดับปริญญาตรีได้เพียง 11,680 บาท แต่บวกเงินเพิ่มค่าครองชีพ 3 พันกว่าบาท ซึ่งครม.เคยมีมติจัดสรรเงินเพิ่มค่าครองชีพให้ข้าราชการไปก่อนหน้านี้ เมื่อนำมารวมกันแล้วจึงได้ 1.5 หมื่นบาทเท่านั้นเอง
ครั้นบอกว่า ก็นโยบายหาเสียงกำหนดไว้ต้องปรับเงินเดือนให้ได้ 1.5 หมื่นบาทภายในสองปี ตรงนี้พอทำความเข้าใจได้ระดับหนึ่ง อันนี้เพิ่งเป็นการเริ่มต้นปรับในปีแรก ยังเหลืออีกปีคือปี 2556 ถึงจะครบสองปีตามสัญญาหาเสียง คงต้องตั้งหน้าตั้งตารอก่อน ดังนั้น เมื่อปีแรกปริญญาตรีได้ 11,680 บาท ยังเหลือปีที่สอง ที่จะดำเนินการตามสัญญาหาเสียงให้ได้ 1.5 หมื่นบาท
ประเด็นอยู่ตรงนี้ ความจริงข้อเสนอจาก กพ.ส่งเข้าที่ประชุมครม.วางสูตรไว้เรียบร้อยปีที่สองจะต้องขี้น 1.5 หมื่นบาทครบถ้วน เพียงแต่กระทรวงการคลัง สภาพัฒน์ หรือแม้แต่ อำพน กิตติอำพน เลขาธิการ ครม. ซึ่งเคยเป็นเลขาธิการสภาพัฒน์มาก่อน ต่างแสดงความกังวลภาระงบประมาณประเทศ
เอกสารส่งเข้าครม.ผ่านตา…อสนีบาต… มีการเกษียณหนังสือจากเลขาครม.ถึงรองนายกฯไปถึงนายกฯ เขียนทำนอง "หากจะปรับเงินเดือนภายในปี 2 ให้ครบ 1.5 หมื่นบาทต้องพิจารณาให้รอบคอบเพราะกระทบภาระการเงินการคลังประเทศ"
ทุกความเห็นในเอกสารเป็นคำตอบต้องตระหนัก นี่คือสัญญาณเตือนภัยต่อภาวะการเงินการคลังประเทศ ไม่แปลกใจที่ข้อเสนอ กพ. ให้ขึ้นเงินเดือน 1.5 หมื่นบาทให้สำเร็จภายในปีที่2 ต้องสะดุด จึงขอให้เตรียมฉายหนังอีกรอบในที่ประชุมครม.วันอังคารที่ 7 ก.พ.นี้ ด้วยการให้ กพ.และ กระทรวงการคลังเสนอสูตรการขึ้นเดือนแบบใหม่เข้ามาใหม่
นั่นหมายความว่า อาจเกิดสูตรที่สาม สูตรที่ว่า อาจต้องปรับฐานเงินเดือนข้าราชการระดับปริญญาตรี ให้ครบ 1.5 หมื่นบาทพอดีเป๊ะในปี 2557 แทน ส่วนสัญญาใจที่ว่าจะปรับให้ครบ 1.5 หมื่นบาท ปี 2556 ไม่ใช่แล้ว แต่อาจขยับเงินเดือนปี 56 ให้อีกเล็กน้อยแล้วเติมเต็มเงินเพิ่มค่าครองชีพเข้าไปก่อน เพื่อให้เห็นว่ายังไงรัฐบาลก็ให้ครบ 1.5 หมื่นบาทแล้วนะ เรียกได้ว่า พลิกพลิ้วเอาตัวรอดไปก่อน
กล่าวแบบนี้เพื่อให้เห็นว่า การสร้างพันธะสัญญาไว้ระหว่างหาเสียง ถึงวันนี้หายนะกำลังออกดอกออกผล สะเทือนไปถึงงบประมาณรายจ่ายประเทศ
มหกรรมตามสัญญาผลาญงบมีอีกมากที่กำลังโผล่ออกมา กรณีกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตามที่ครม.อนุมัติไปแล้ว จังหวัดละ 100 ล้านบาท เบ็ดเสร็จ 77 จังหวัดประมาณ 7 พันกว่าล้าน มีการประชุมกรรมการกองทุนดังกล่าวฯไปนัดแรกแล้ว แต่คนเป็นประธานอย่างกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯหายแว่บ มอบหมายให้ผู้อื่นทำหน้าที่เป็นประธานแทน ส่วนการประชุมมีการวางกรอบหลักเกณฑ์การใช้เงินกองทุนสตรีเป็นอย่างไร ดูเหมือนยังเงียบฉี่
แต่คนระดับพื้นที่ หลังได้ข่าวเม็ดเงินร้อยล้านกำลังร่วงหล่นมาถึงมือ เริ่มนึกฝันไปต่างต่างนานา บรรดาแม่บ้านบอกถูกหวยครั้งใหญ่อีกแล้วพี่น้อง เพราะรัฐปั๊มเงินเอามาให้ ใครคิดอะไรได้ต้องรีบคิด จะใช้เงินก้อนนี้ทำอะไรดี จะเอาไปตั้งศูนย์บรรเทาการทำความรุนแรงจากการโดนสามีกระทืบดีไหม บางคนอยากขอกู้เงินดอกเบี้ยต่ำไปเปิดร้านเสริมสวย ทาเล็บ ประจำหมู่บ้าน
สารพัดความคิดอันบรรเจิด ก็เป็นอีกหนึ่งกองทุนในการนำเม็ดเงินก้อนใหญ่จากคลังประเทศรองรับนโยบายหาเสียง ซึ่งวิธีการของการใช้เงินจากนี้ไปจึงเป็นเรื่องสนุกสนานน่าดูหากการวางหลักเกณฑ์ไม่ชัดเจน
ถ้ารวบรวมการบริหารงบประมาณรัฐบาลชุดนี้ในรอบหกเดือน ต้องยกนิ้วให้บริหารงบรื่นเริง ตั้งแต่จัดสรรงบ 2 พันกว่าล้านบาทจ่ายให้กับค่าเผาเมือง เยียวยาความตายพี่น้องเสื้อแดงรายละไม่ต่ำกว่า 7 ล้านบาท จนญาติพี่น้องภาคใต้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ลุกขึ้นมาเรียกร้องขอมาตรฐานเดียวกับเสื้อแดงบ้าง จนต้องเตรียมงบอีกไม่ต่ำกว่าสองพันล้านหรือมากกว่านั้นสำหรับครอบครัวพี่น้องชาวใต้แน่ๆ
ตามด้วยการดูดเงินอีก 5.6 พันล้านบาทในเบื้องต้น เพื่อจ่ายให้กับการปรับเงินเดือนข้าราชการปีแรกจนสั่นสะเทือนงบประมาณอนาคตที่จะสูงขึ้น
จัดหนักจ่ายเงินกองทุนสตรีไปอีก 7 พันล้านบาทสร้างความปลาบปลื้มดีใจพี่น้องชาวสตรี
งบประมาณที่ถูกผ่องถ่ายออกไป จึงหนักไปกับค่าใช้จ่ายทางการเมือง ประชานิยม เอาใจฐานเสียงเป็นหลัก ทั้งๆที่ประเทศเผชิญสถานการณ์อุทกภัย เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าถึงขั้นต้องออกพรก.กู้เงินมาบูรณะประเทศ หากรู้จักบริหารงบประมาณท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตจะทำให้ประหยัดงบประมาณ แต่รัฐบาลเลือกที่จะไม่ทำ แต่เลือกที่จะบริหารงบประมาณอย่างเพลิดเพลิน
*******************
ทราบข่าวรัฐบาลยิ่งลักษณ์เตรียมจัดงานแถลงผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนต่อประชาชน ส่วนก่อนหน้าที่จะถึง ทราบข่าวอีกเช่นกัน วันที่ 10 ก.พ.จะมีการจัดงานใหญ่ไม่ใช่มิดไนท์เซลล์กลางทำเนียบฯ แต่เป็นมหกรรมแทงกิ้วปาร์ตี้บรรดาหน่วยงานรานราชการ เอกชน นักลงทุน ทูตานุทูต ชาวต่างประเทศ ที่ร่วมแรงร่วมใจกับศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย(ศปภ.) ถือเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ยิ่งใหญ่อีกงาน
สะดุดอารมณ์ทันที เพราะจดจำได้ว่า หลังน้ำลดไม่นานมีบัญชาจากนายกฯยิ่งลักษณ์มิใช่หรือ เคยลั่นวาจาไม่ควรจัดงานรื่นเริงในสถานการณ์ประเทศระทมทุกข์ มีการประกาศไว้ในช่วงสัปดาห์มงคลวันที่ 5 ธ.ค. แต่จู่ๆรัฐบาลอยากจะจัดงานรื่นเริงซะเองในวันที่ 10 ก.พ.นี้
แปลกใจกว่านั้น บอกจะเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ขอบคุณทุกฝ่ายช่วยกันแก้ปัญหาน้ำท่วม แต่มีการส่งเทียบเชิญพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ร่วมงานด้วยและทันทีมีชื่อพล.อ.เปรม ภาคการเมืองก็จับเชือมโยงทันที ไม่ใช่ใครที่ไหนก็เหล่าแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ออกมาแถลงรับลูกทันควันว่าการเชิญพล.อ.เปรมร่วมงานเป็นการสร้างความปรองดองเรียกความเชื่อมั่นประเทศไทย
อ้าว! ตกลงงานนี่คือการจัดงานสร้างภาพปรองดองกับพล.อ.เปรม ผู้ถูกกำหนดให้เป็นสัญลักษณ์คู่ขัดแย้งตามที่แกนนำแดงตัวพ่อเคยยัดเยียดเอาไว้แล้วหรือ
ตกลงการจัดงานนี้ไม่ใช่ขอบคุณทุกฝ่ายแก้ปัญหาน้ำท่วมแล้วหรือ
ตกลงวัตถุประสงค์สำคัญของงานคืออะไรกัน
ครั้นจะอ้างว่าเป็นการดึงป๋าเปรมมาร่วมงานเพื่อสร้างภาพความเชื่อมั่น เอ๊ะ! แล้วนายกฯประเทศไทย หมดความเชื่อมั่นในสายตานักลงทุนต่างประเทศ ทูตานุทูตไปแล้วหรือ จึงต้องพึ่งบริการประธานองคมนตรีบ้าง พึ่งดร.สุเมธ ตันติเวชกุลผู้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทบ้าง อะไรกันนี่!?!
แต่ที่แน่ๆ การแก้ปัญหาน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์ชัด “รัฐบาลเอาไม่อยู่” ผ่านมาถึงวันนี้ประตูระบายน้ำต่างจังหวัดชำรุด กระสอบทรายยังเก็บไม่หมด ถนนหนทางแถวบางบัวทอง- บางใหญ่ บางจุดยังเละตุ๊มเป๊ะ ฝนตกเมื่อไม่กี่วัน รถติดยาวอย่างกับเพิ่งเกิดน้ำท่วมอีกรอบ การเก็บกวาดภาพอัปลักษณ์ผลพวงจากน้ำท่วมคราวก่อนยังไม่เรียบร้อยดี
แล้วนี่มาจัดงานเลี้ยงขอบคุณประหนึ่งประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาน้ำท่วม สงสัยจะไม่ใช่กระมัง
น่าจะเป็นการจัดงานเลี้ยงรื่นเริงประจานความล้มเหลว เหยียบย่ำซ้ำเติมความรู้สึกคนไทยที่ยังต้องรับทุกข์จากปัญหาน้ำท่วมมากกว่า







