
เอกชนไม่เชื่อจุฬาฯหวั่นสรุปต้นทุนก๊าซเอื้อปตท.
ภาคขนส่งเมินผลศึกษาจุฬาฯ สางต้นทุนเอ็นจีวีหวั่นใช้ข้อมูลเดิมวิเคราะห์เข้าข้าง ปตท.
ภาคขนส่งเมินผลศึกษาจุฬาฯ สางต้นทุนเอ็นจีวีหวั่นใช้ข้อมูลเดิมวิเคราะห์เข้าข้าง ปตท.
นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผย ถึงกรณีสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จะว่าจ้างสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาศึกษาโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคขนส่ง และราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ว่า สถาบันควรนำข้อมูลภาคขนส่งหรือภาคเอกชนอื่นมาใช้ในการพิจารณาด้วย ไม่ใช่ใช้ข้อมูลจากบริษัท ปตท.อย่างเดียว เหมือนที่สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยได้ทำการศึกษามา ซึ่งผลการศึกษาก็ต้องเข้าข้างฝ่าย ปตท.อยู่ดี เพราะเป็นข้อมูลที่ไม่เปิดกว้างพอ
นายวิฑูรย์ แนวพานิช ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ไม่ค่อยมั่นใจในผลศึกษาของสถาบัน และคงจะเหมือนกับการให้สถาบันปิโตรเลียมฯ มาทำ ซึ่งหากต้องการให้เกิดความเป็นกลางกับทุกฝ่ายควรมีองค์กรอิสระ หรือสมาชิกวุฒิสภาเข้ามาร่วมในการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย ซึ่งเข้าใจจุดประสงค์ของภาครัฐที่ต้องหาบุคคลที่ 3 มาช่วยในการศึกษา แต่ถ้าไม่นำข้อมูลจากหลายๆ ด้านมาใช้ ผลที่ออกมาก็จะเหมือนข้อมูลเดิม
นายบรรยงค์ อัมพรตระกูล ประธานชมรมรถร่วมองค์กรขนส่งมวลชน กรุงเทพฯ (ขสมก.) กล่าวว่า การให้จุฬาฯ มาศึกษาเรื่องเอ็นจีวีคงไม่มีอะไรแตกต่างจากเดิม เพราะเป็นเรื่องของนักวิชาการ เหมือนกับก่อนหน้าที่ที่เคยให้จุฬาฯ ศึกษาการปรับค่าโดยสาร เสียงบศึกษาไปเยอะ สุดท้ายก็เหมือนเดิม ไม่ได้ปรับราคา อย่างไรก็ดีสิ่งที่ต้องอธิบายให้ชัดเจนคือ ต้นทุนราคาก๊าซทั้งจากแหล่งพม่าและอ่าวไทยมีต้นทุนเท่าไหร่กันแน่ รวมทั้งที่ ปตท.อ้างเรื่องต้นทุนการบริหารจัดการที่สูงควรอธิบายให้ชัดเจนสำหรับการว่าจ้างให้จุฬาฯมาศึกษาโครงสร้างราคาเอ็นจีวีนั้น ด้าน นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่าวันที่ 7ก.พ. นี้ จะมีการประชุมคณะทำงานทบทวนการปรับราคาเอ็นจีวีของกลุ่มแท็กซี่ ก่อนเป็นชุดแรก เนื่องจากกรรมการแต่ละฝ่ายมีความพร้อม
สำหรับคณะทำงานทบทวนการปรับราคาเอ็นจีวีกลุ่มผู้ประกอบการรถขนส่ง นั้นยังไม่ได้มีการเรียกประชุม ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ขอเปลี่ยนประธานคณะทำงานจากเดิมที่เป็นปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เพราะปลัดกระทรวงพลังงานยังเป็นประธานคณะกรรมการบริษัทปตท. อาจเกิดความไม่เป็นกลางหรือเข้าข้างฝ่ายปตท.ได้
นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ทางกระทรวงพลังงานได้นัดประชุมคณะทำงานทบทวนการปรับราคาเอ็นจีวีกลุ่มแท็กซี่ในวันที่ 7 ก.พนี้ ซึ่งน่าจะเป็นคณะทำงานแรกที่มีการหารือร่วมระหว่างภาครัฐ จากทั้งหมดที่มีด้วยกัน 3 ชุด แยกตามประเภทของรถยนต์ที่ใช้เอ็นจีวี คือ รถบรรทุกภาคขนส่ง รถโดยสารและแท็กซี่เพราะเดิมจะมีการประชุมในกลุ่มภาคขนส่งก่อน ในวันที่ 6 ก.พ.







