![Pujx6josoug,nv'wmp]^d8hkphkp9k, Pujx6josoug,nv'wmp]^d8hkphkp9k,](https://image.posttoday.com/default.jpg?x-image-process=style/lg)
Pujx6josoug,nv'wmp]^d8hkphkp9k,
นักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างประเทศย้ายฐานผลิตหนีน้ำท่วม
นักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างประเทศย้ายฐานผลิตหนีน้ำท่วม
ทุนญี่ปุ่นหนีไปลงทุนในเพื่อนบ้านแล้ว ห่วงผู้ประกอบการและลูกค้าจำเป็นต้องทิ้งประเทศไทย
ปพนธ์ มังคละธนะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอสเอ็มอีและซัพพลายเชน ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ขณะนี้ลูกค้าสัญชาติญี่ปุ่นถึงขั้นย้ายการลงทุนไปต่างประเทศ แต่ยังอยู่ในอาเซียน ซึ่งบุคลิกของลูกค้าญี่ปุ่นจะมีความอ่อนไหวสูง หากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ย้ายฐานการผลิต ลูกค้าขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ก็อาจย้ายตามด้วย เพื่อให้มีต้นทุนการขนส่งสินค้าถูกลง ทำให้ธนาคารต้องหันมาให้ความสำคัญเรื่องซัพพลายเชนมากขึ้นในปีนี้
สิ่งที่นักลงทุนยังไม่ได้รับความชัดเจนจากภาครัฐ คือ มาตรการป้องกันน้ำท่วมและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ขณะนี้ยังไม่รู้โครงการจะเริ่มได้จริงเมื่อไหร่ ทำให้ไตรมาส 2 ธนาคารต้องรอดูตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ลูกค้าอีกครั้ง เพราะเป็นช่วงที่หมดระยะเวลาช่วยเหลือผ่อนผันชำระหนี้กับธนาคาร
วศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่มีโรงงานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เริ่มหาพื้นที่ในจังหวัดอื่นเพื่อย้ายฐานการผลิต รวมทั้งขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ เพราะยังไม่มีความมั่นในมาตรการป้องกันน้ำท่วมปีนี้
“ตอนนี้ลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่เริ่มมองจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และไปต่างประเทศ” วศิน กล่าว
กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ เป็นกลุ่มที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวสูง จึงพร้อมย้ายฐานการผลิต หากมองว่าจะได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่า
ปัจจุบันธนาคารมีสินเชื่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท จากสินเชื่อคงค้างลูกค้ารายใหญ่ทั้งหมด 3.6 แสนล้านบาท
สารัชต์ รัตนาภรณ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ลูกค้าของธนาคารที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมใน จ.พระนครศรีอยุธยา มีหลายรายเริ่มมองหาฐานการผลิตใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมแถบภาคตะวันออกเพื่อกระจายความเสี่ยง
“ผู้ประกอบการเพิ่งน้ำท่วมไป ถ้าจะให้ท่วมซ้ำเขาก็คงไม่อยากเจออย่างนั้นอีก ฉะนั้นถ้าจะลงทุนใหม่คราวนี้ก็ต้องดูให้ดี และต้องมองระยะยาว” สารัชต์ กล่าว
สารัชต์ กล่าวว่า ขณะนี้มีถึงขั้นมองการย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ ทั้งเวียดนามและมาเลเซีย ซึ่งทั้งสองประเทศก็มีแรงงานที่มีทักษะและอยู่ในอาเซียน จะรองรับการเปิดการค้าเสรีอาเซียนในปี 2558 ด้วย ฉะนั้น เรื่องนี้จึงทำให้ไทยสูญเสียโอกาสการลงทุนของนักลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ
ปัจจุบันธนาคารมีสินเชื่อกลุ่มลูกค้าอิเล็ก ทรอนิกส์ไม่ถึง 5% ของฐานสินเชื่อรายใหญ่ที่มีอยู่ประมาณ 5 แสนล้านบาท







