
โวยหมูราคาตกร้องรัฐช่วย
เหลือ48บ./กก.คนบริโภคน้อยขอระบบประกันชดเชยขาดทุน
เหลือ48บ./กก.คนบริโภคน้อยขอระบบประกันชดเชยขาดทุน
หมูเข้ายุคขาลง เสนอรัฐแก้ปัญหาแบบโครงการประกันราคาข้าว
นายวิชัย มงคล นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดพัทลุง และอุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ เปิดเผยว่า ภาวะธุรกิจการเลี้ยงสุกรขณะนี้ค่อนข้างถดถอย เนื่องจากราคาได้ดิ่งลงต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ธ.ค. จนถึงขณะนี้ราคาสุกรมีชีวิตอยู่ที่ 48–52 บาท/กก. และมีแนวโน้มว่าในเดือน เม.ย. 2555 ราคาจะถอยลงมาอยู่ที่ 45 บาท/กก. ขณะที่ราคาต้นทุนการผลิตอยู่ที่ 55-58 บาท วัตถุดิบปลายข้าวขึ้นมาอยู่ที่ 15 บาท/กก. รำข้าว 12 บาท/กก. ยังไม่นับค่าจ้าง ค่าเสื่อม และดอกเบี้ย
นายวิชัย กล่าวว่า การบริโภคสุกรลดไปครึ่งต่อครึ่ง ในขณะที่ผู้เลี้ยงขยายตัวมากขึ้นจึงอยู่ในภาวะขาดทุน ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาสุกรถดถอยเพราะการบริโภคต่ำ กำลังซื้อของประชาชนไม่ดี เนื่องจากไม่ได้กรีดยางเป็นผลจากฝนตก
นายวิชัย กล่าวว่า ได้หารือกับเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน และนายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ถึงแนวทางแก้ปัญหาราคาสุกรมีข้อสรุปให้รัฐบาลใช้แนวทางเดียวกับนโยบายการประกันราคาข้าวมาประกันราคาสุกร โดยรัฐบาลสนับสนุนชดเชยราคาที่ขายขาดทุน อย่างต้นทุนการผลิตสุกร 52 บาท/กก. แต่ขายสุกรได้ 48 บาท/กก. ขาดทุนที่ 4 บาท รัฐบาลก็ต้องชดเชยในส่วนนี้ให้
อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ กล่าวว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรจะทำหนังสือยื่นต่อรัฐบาลให้ลงมาช่วยเหลือ ทั้งนี้เหตุไม่เสนอในนามสมาคมสุกรแห่งประเทศไทย เพราะไม่ใช่ของเกษตรกรรายย่อย แต่เป็นของนักลงทุนขนาดใหญ่
สำหรับใน จ.พัทลุง ขณะนี้มีผู้เลี้ยงสุกรประมาณ 30 ราย ขนาด 100–200 และ 300 แม่ ไม่นับบริษัทใหญ่ที่มีอยู่ 3 บริษัท ส่วนรายใหญ่อยู่ที่ จ.ตรัง และนครศรีธรรมราช เลี้ยงขนาด 2,000–3,000 แม่ ระดับนี้มูลค่าการลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท







