
ปราบโกงด้วยเครื่องมือธรรมดา:กรณีศึกษาจากไต้หวัน
ในขณะที่ประเทศไทยมีคะแนนภาพลักษณ์คอร์รัปชันเพียงแค่ 3.4 (เต็ม 10) ปี 2554
ในขณะที่ประเทศไทยมีคะแนนภาพลักษณ์คอร์รัปชันเพียงแค่ 3.4 (เต็ม 10) ปี 2554
โดย..พลเดช ปิ่นประทีป
ไต้หวันกลับมีคะแนนสูงถึง 6.1 และมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี ซึ่งนับอันดับเป็นที่ 4 ในบรรดาประเทศเอเชียด้วยกัน และเป็นที่ 32 จาก 173 ประเทศทั่วโลก แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผมกลับไปอยู่ตรงที่ประเทศนี้ไม่เคยมีกฎหมายพิเศษและหน่วยงานพิเศษแบบ ป.ป.ช.มาก่อนเลย เขาเพิ่งมาตั้งเมื่อกลางปีที่แล้วนี่เอง
ไต้หวันใช้ประมวลกฎหมายอาญาอันเป็นเครื่องมือและกลไกแก้ปัญหาตามปกติ แต่สามารถจัดการคดีคอร์รัปชันใหญ่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างต่อเนื่อง อย่างรวดเร็ว รวมทั้งคดีของอดีตประธานาธิบดี เฉินสุยเปี่ยน และครอบครัวกับบริวารรวม 12 คน เมื่อปี 2552 ด้วย
เรื่องของ เฉินสุยเปี่ยน เองก็นับว่าน่าสนใจมากเช่นกัน เขาเป็นคนหนุ่มดาวรุ่งพุ่งแรงของประเทศ เรียนเก่งมาก รู้กฎหมายดี และเคยมีผลงานปราบทุจริตจนเป็นที่ยอมรับ เขาโด่งดังถึงขั้นไทม์แมกกาซีนยกย่องให้เป็นบุคคลแห่งปีของไต้หวันเมื่อ พ.ศ. 2536 ต่อมาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีจากการเลือกตั้งในนามของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) นับเป็นประธานาธิบดีคนที่ 2 ถัดจาก หลี่เต็งฮุย ทั้งยังได้รับเลือกอีกเป็นสมัยที่สองแบบถล่มทลาย บริหารประเทศ 8 ปีเต็ม ระหว่างปี 2543-2551
ในระหว่างอยู่ในอำนาจ ประเทศไต้หวันได้เข้าร่วมปฏิญญาต่อต้านคอร์รัปชันกับกลุ่มเอเปก 21 ประเทศ กลไกการปราบปรามอาชญากรรมรวมทั้งคดีทุจริตทั้งหลายก็ดำเนินไปตามปกติ ประธานาธิบดีอย่างเขาไม่สามารถแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้เหมือนบางประเทศ ช่วงปี 2549-2550 มีการดำเนินคดีทุจริตที่อื้อฉาวในไต้หวันอย่างน้อย 6 คดี มีทั้งตลาดหลักทรัพย์ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอที ด้านอุปกรณ์กีฬา และคดีบุตรเขยตัวประธานาธิบดีเอง
ทันทีที่พ้นตำแหน่งเขาถูกจับดำเนินคดีใน 4 ข้อหา 1) ยักยอกเงินจากกองทุนทำเนียบประธานาธิบดี 3.1 ล้านเหรียญสหรัฐ ปลอมแปลงเอกสาร เอาเงินไปซื้อแหวนเพชรให้ภรรยา 2) รับสินบน 9 ล้านเหรียญสหรัฐจากบริษัทที่ขายที่ดินให้รัฐ 3) รับสินบน 2.7 ล้านเหรียญสหรัฐจากผู้รับสัมปทาน 4) ฟอกเงินผ่านธนาคารในสวิตเซอร์แลนด์โดยใช้ชื่อปลอม ในที่สุดหลักฐานที่เขาดิ้นไม่หลุดคือหนังสือตอบจากรัฐบาลสวิสที่สรุปว่าบุตรชายและสะใภ้เอาเงิน 39 ล้านเหรียญสหรัฐมาฝากจริง การดำเนินคดีใช้เวลาเพียงปีเดียวศาลก็ตัดสินได้ทุกคดีที่เกี่ยวข้อง ลงโทษทั้งจำทั้งปรับกันไปทั่วหน้าตามความหนักเบาทั้ง 12 คน ตัวประธานาธิบดี เฉินสุยเปี่ยน เองถูกจำคุกตลอดชีวิต และปรับอีก 200 ล้านเหรียญไต้หวัน
เมื่อ หม่าอิงจิ่ว จากพรรคก๊กมินตั๋งขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนใหม่แทน ได้ทำการประกาศนโยบาย “รัฐบาลมือสะอาด” มีการจัดทำพระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งถือว่าเป็นประมวลกฎหมายอาญาพิเศษอีกฉบับหนึ่ง และล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมาเพิ่งออกกฎหมายจัดตั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ACA)
ไต้หวันเป็นประเทศเล็กๆ ขนาดเนื้อที่เพียงแค่ 1 ใน 14 ของไทย จำนวนประชากรแค่ 1 ใน 3 ของเรา แต่มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็งมาก จึงถูกขนานนามว่าเสือตัวที่ 4 แห่งเอเชีย ในอดีต เจียงไคเช็ก ซึ่งพ่ายแพ้แก่กองทัพแดงของ เหมาเจ๋อตง ต้องหนีออกจากแผ่นดินใหญ่พร้อมกับชาวจีนชั้นหัวกะทิ 2 ล้านคน ข้ามมายังเกาะไต้หวัน ตั้งตัวเป็นใหญ่ ปกครองคนพื้นเมือง 18 ชนเผ่า 7 ล้านคน ที่นั่นมุ่งสร้างชาติขึ้นใหม่ ในขณะเดียวกันก็ต้องคอยระวังการบุกโจมตีจากจีนแผ่นดินใหญ่ การปกครองจึงเข้มงวดเคร่งครัด ประชาชนอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกที่ยาวนาน ผู้นำต้องเป็นแบบอย่าง ครั้นเมื่อสิ้นสุดการสืบทอดอำนาจของ เจียงจิงกัว ผู้ลูกแล้ว บ้านเมืองเข้าสู่ยุคประชาธิปไตย มีการเลือกตั้งผู้นำโดยตรงมานับแต่นั้น
จากกรณีศึกษาของไต้หวัน มีบทเรียนรู้ที่น่าสนใจอยู่หลายประการที่ควรหยิบยกมาแลกเปลี่ยน
ระบบการตรวจสอบและตัดสินคดีทำได้รวดเร็ว
มีการจัดการปัญหาคอร์รัปชันจำนวน 6 คดีสำคัญ โดยใช้เวลาแค่ 2 ปี นับเป็นหลักฐานยืนยันถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลของระบบของไต้หวัน เมื่อตามลงไปถึงรายละเอียดจะพบว่าการตรวจสอบเอกสาร การตรวจสอบทรัพย์สิน การประสานความร่วมมือจากต่างประเทศ การอายัดทรัพย์สินและเอกสาร การสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ล้วนเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพทั้งสิ้น จำเลยทุกคดีไม่ว่าเล็กว่าใหญ่ถูกนำขึ้นสู่ศาล การพิพากษาลงโทษมีทั้งจำทั้งปรับควบคู่กันไปในคราวเดียว การตัดสินคดีจึงเป็นไปอย่างทันเหตุการณ์ ประชาชนทุกเพศทุกวัยได้เห็นผลการกระทำความผิดแบบสดๆ ร้อนๆ ซึ่งผิดกับบ้านเราแบบสิ้นเชิง
การเปิดโปงเกิดขึ้นได้ทันทีที่พบความผิดปกติ
เนื่องจากหน่วยงานรับผิดชอบและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาและรู้เท่าทันตลาดหุ้น กลุ่มวุฒิสมาชิกมีส่วนช่วยจับตาการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นของกลุ่มทุนการเมือง ผู้กำกับดูแลและอัยการขอหมายจับหรือหมายค้นทันทีที่พบสัญญาณผิดสังเกต มีตัวแทนผู้ถือหุ้นรายย่อยและสหภาพพนักงานนั่งอยู่ในบอร์ด และสื่อมวลชนไต้หวันหลายฉบับให้ความสำคัญทำข่าวเจาะลึกเรื่องอื้อฉาวในตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง
เป้าหมายแห่งชาติเป็นแรงขับดัน
ไต้หวันมีเป้าหมายใหญ่ของชาติที่มุ่งเปลี่ยนแปลงสภาพเกาะแห่งนี้ให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค โดยตั้งเป้าที่จะล้มแชมป์อย่างเขตปกครองพิเศษฮ่องกงให้ได้ภายใน 5 ปี สิ่งนี้เป็นแรงขับดันให้ไต้หวันเร่งเครื่องปราบปรามคอร์รัปชันในตลาดหุ้นอย่างแข็งขันตั้งแต่ปี 2548 รวมทั้งการเข้าร่วมปฏิญญากับกลุ่มเอเปกด้วย
พลังชนชั้นกลางและระเบียบวินัย
เกาะไต้หวันต้องเผชิญพิบัติภัยธรรมชาติอยู่ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะพายุไต้ฝุ่นและแผ่นดินไหว ประชาชนต้องมีชีวิตอยู่อย่างตื่นตัวและมีระเบียบวินัย อยู่คนเดียวไม่ได้ต้องพึ่งพาอาศัยกันจึงเห็นคุณค่าของส่วนรวม ความเสียหายจากภัยพิบัติแต่ละคราวล้วนต้องใช้งบประมาณมากทั้งในเรื่องอาคารสิ่งก่อสร้าง เทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญและวัสดุ ยอมทนให้ใครมาโกงกินไม่ได้
การเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ การปฏิรูปที่ดิน ธุรกิจต่อเรือและกิจการเดินเรือที่รุ่งเรือง การมีนโยบายกระจายรายได้ที่ดี ฯลฯ เหล่านี้ล้วนทำให้ฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ครอบครัวที่รายได้สูงกับรายได้ต่ำต่างกันเพียง 4 เท่าเท่านั้น (ลดความเหลื่อมล้ำจากเดิม 15 เท่าได้ภายในระยะเวลาแค่ 17 ปี)
คนไต้หวันมีนิสัยต่างจากคนไทย
ชีวิตบนเกาะที่เสี่ยงต่อพิบัติภัยธรรมชาติตลอดเวลา คุณธรรมคำสอนของศาสนาขงจื๊อเต๋าพุทธ (มหายาน) ประวัติศาสตร์การต่อสู้ดิ้นรนมาตั้งแต่บรรพชน ฯลฯ ได้หล่อหลอมบุคลิกและนิสัยใจคอของคนไต้หวันให้แตกต่างไปจากคนไทย
กล่าวกันว่าคนไต้หวั่นมักเป็นคนจริงจังในเรื่องที่ตนชอบ สุภาพเป็นมิตรต่อผู้อื่น มีความเพียร ทำงานหนัก รอบคอบ หลีกเลี่ยงการทะเลาะ กล้าใช้จ่ายไม่กักตุน ให้เกียรติสตรีมาก ซื่อตรงซื่อสัตย์ ตื่นตัวทางการเมือง ฮึกเหิมในการสร้างชาติ เคร่งครัดระเบียบสังคม สำนึกเรื่องเวลา อดทนต่อภัยธรรมชาติ อนุรักษ์ประเพณีดั้งเดิม กล้าบริจาค และมีสำนึกแบบโพธิสัตว์
เขาว่ากันอย่างนั้น ลองพิจารณาดูนะครับ







