
ดันแก่งเสือเต้นทัวร์น้ำท่วมเคลื่อนขบวน
หนึ่งถึงสองสัปดาห์หน้าจะเป็นช่วงโชว์เคสแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
หนึ่งถึงสองสัปดาห์หน้าจะเป็นช่วงโชว์เคสแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
7 ก.พ. คณะรัฐมนตรีจะพิจารณา ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยองค์กรบริหารจัดการน้ำ
ร่างระเบียบดังกล่าวจะให้มีคณะกรรมการ 1 ชุด ที่มีนายกฯ เป็นประธาน โดยมีอำนาจสั่งการและกำหนดนโยบายการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำแบบเบ็ดเสร็จ และจะมีคณะกรรมการบริหารอีก 1 ชุด ที่มีนายกฯ เป็นประธานเช่นกัน มีอำนาจสั่งการตามนโยบายการบริหารจัดการน้ำฯ ทั้งส่วนราชการ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
10 ก.พ. รัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน “รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย” ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมแก้วิกฤตมหาอุทกภัยจนสำเร็จ โดยเชิญ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นประธานในพิธี
งานนี้รัฐบาลได้เชิญแขกผู้มีเกียรติ อาทิ องคมนตรี ทูตานุทูต ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ประธานศาล ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ปลัดกระทรวงเทียบเท่า สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและคู่สมรส นักธุรกิจและภาคเอกชนมาร่วม
พร้อมเชิญ พล.อ.เปรม ขยับลูกคอ กะสร้างความชื่นมื่น ดื่มด่ำกันทั่วหน้า
1317 ก.พ. วันจันทร์ศุกร์ ยิ่งลักษณ์ จะปลีกตัวจากช่วงวาเลนไทน์ไปลงพื้นที่เพื่อดูว่าโครงการที่อนุมัติไปแล้วเกือบ 8 หมื่นล้านบาท ยังจะต้องทำอะไรอีกหรือไม่
ทัวร์นกแก้วคราวนี้มีเรื่องสำคัญ คือ การฟื้นโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น
ชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า นายกฯ ลงพื้นที่ครั้งนี้จะได้ข้อสรุป “แก่งเสือเต้น” เดินหน้าหรือถอยหลัง
“ครั้งนี้จะตัดสินใจแน่นอนว่าโครงการแก่งเสือเต้นจะเอาหรือไม่ รวมทั้งโครงการเขื่อนยมบน เขื่อนยมล่าง และตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร กำลังศึกษาอยู่ว่าจะเลือกอย่างไหน เพราะถ้าเพียงแม่ยมบน ยมล่าง จะเก็บกักน้ำได้ 1,000 ลูกบาศก์เมตรเท่านั้น หากมีแก่งเสือเต้นจะสามารถเก็บกักน้ำได้มากขึ้น” ชุมพล ระบุ
โครงการเขื่อนแก่งเสือเต้นเป็นโครงการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ปิดกั้นแม่น้ำยมที่ อ.สอง จ.แพร่ เพื่อกักเก็บน้ำในฤดูน้ำหลากไว้ใช้สำหรับการเพาะปลูก อุปโภคบริโภค การประปา แก่ราษฎรสองฝั่งแม่น้ำยมเขต จ.แพร่ จ.สุโขทัย และบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน
คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 ก.ย. 2523 เคยมีมติมอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ไปดำเนินการศึกษาความเหมาะสมโครงการผันน้ำอิงยมน่านแล้ว แต่ไม่สามารถสร้างได้เพราะโดนต้านจากกลุ่มอนุรักษ์ ด้วยเหตุผลหลักจะทำลายป่าสักทองธรรมชาติผืนสุดท้ายของไทยกว่า 2.4 หมื่นไร่ ป่าเบญจพรรณอีกกว่า 3.6 หมื่นไร่
ความหมายที่ชุมพลพูด คือ
การตัดสินใจครั้งนี้จะเลือกว่าจะสร้างเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ เป็นเขื่อนเล็ก 2 เขื่อน หรือไม่สร้างเลย
นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งว่า นายกรัฐมนตรีและคณะจะดูพื้นที่ 4 ตอนหลัก เริ่มจากเขื่อนสิริกิติ์เป็นพื้นที่ต้นน้ำ ดูการปลูกป่า ทำฝายแม้ว และดูระบบนิเวศต่างๆ รวมถึงโครงการพระราชดำริเพื่อชะลอน้ำด้านบน การระบายน้ำตามเขื่อนต่างๆ รวมทั้งพื้นที่ต้นน้ำใน จ.อุตรดิตถ์ และ จ.พิษณุโลก จะร่วมเวิร์กช็อปเพื่อจัดทำแผนของแต่ละจังหวัดให้ละเอียด โดยมีส่วนราชการกลางเข้าไปดูอีกชั้นเพื่อให้แผนการดำเนินงานสมบูรณ์
จากนั้นจะลงพื้นที่ต่อเพื่อไปดูอ่างเก็บน้ำบางระกำ และลงมา จ.นครสวรรค์ เพื่อดูพื้นที่กลางน้ำ ตั้งแต่ จ.พิจิตร ไล่ลงมาถึง จ.ชัยนาท ดูการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก รวมถึงประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ประตูระบายน้ำพลเทพ ส่วนที่ จ.ลพบุรี จะมีการทำแผนเผชิญเหตุเพื่อรับมือกับอุทกภัย
จากนั้นจะลงมาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อดูนิคมอุตสาหกรรม โบราณสถาน และผลกระทบของชาวบ้านจะแก้ปัญหาอย่างไร พร้อมทั้งจะดูพื้นที่รับน้ำ 2 ล้านไร่ ซึ่งได้มีการศึกษาและดูสถานที่ไว้แล้ว โดยจะมีพื้นที่รับน้ำใหญ่ๆ ประมาณ 23 จุด พูดคุยกับชาวบ้านและตัวแทนภาคอุตสาหกรรม
ส่วนพื้นที่ปลายน้ำตอนล่าง ประกอบด้วย กทม. นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม ฉะเชิงเทรา ตรงนี้จะดูเรื่องของการผลักดันน้ำ และการระบายน้ำ
ด้าน ธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังการประชุม กยน. เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ว่า ในระยะเร่งด่วนจะมีการขุดลอกคูคลองเพื่อเร่งระบายน้ำให้ออกสู่ทะเลได้เร็วที่สุด การปรับปรุงคันกั้นน้ำ ซ่อมแซมประตูระบายน้ำ เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ทันทีภายใน 45 เดือนก่อนที่จะถึงฤดูฝน รวมทั้งแผนการบริหารน้ำในเขื่อนที่จะเก็บไว้ที่ระดับ 45%
ฉะนั้น จึงเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาอุทกภัยเหมือนปี 2554 ที่ผ่านมา
“ที่ประชุมเห็นชอบแผนบริหารจัดการน้ำ เขื่อนเก็บกักน้ำหลัก และแผนบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศในปี 2555 ที่กำหนดว่าในวันที่ 1 พ.ค. น้ำในเขื่อนหลักคือเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์จะอยู่ที่ประมาณ 45% ของความจุอ่าง ซึ่ง กฟผ.รับว่าสามารถบริหารจัดการได้ โดยปรับได้หากมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำมากหรือน้อยเกินไป” ธีระ ระบุ
แผนการนี้ถูกขยายความโดย ปราโมทย์ ไม้กลัด กรรมการ กยน. ให้ได้รับความชัดเจนยิ่งขึ้นว่า กยน.รับทราบแผนการพร่องน้ำให้อยู่ในระดับที่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ และได้กำหนดให้เขื่อนภูมิพลเก็บน้ำที่ 45% ของความจุเขื่อน และเขื่อนสิริกิติ์เก็บน้ำที่ 42% ของความจุเขื่อน ภายในวันที่ 1 พ.ค. 2555
ฟังดูเหมือนจะมีแต่เรื่องดี แต่อีกมุมหนึ่งข่าวร้ายคือ ม.ร.ว.เปรมศิริ เกษมสันต์ ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กทม. เปิดเผยว่า กทม.ไม่สามารถเวนคืนที่ดินในพื้นที่ฝั่งตะวันออกเพื่อทำเป็นพื้นที่รับน้ำ (ฟลัดเวย์) ได้ เนื่องจากมีบ้านเรือนค่อนข้างมาก และส่วนใหญ่เป็นการปลูกสร้างก่อนที่จะมีกฎหมายผังเมืองบังคับใช้
สิ่งที่สำนักผังเมืองสามารถทำได้ในขณะนี้คือ จะต้องมีการควบคุมไม่ให้มีสิ่งปลูกสร้างหนาแน่นและกีดขวางทางน้ำ รวมทั้งต้องกำหนดลักษณะการใช้พื้นที่ให้สอดคล้องกับผังเมืองรวมอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งประสานกับรัฐบาลต่อไปว่าจะมีนโยบายผันน้ำไปในทิศทางใด
ส่วนงานถนัดที่ กทม.ทำได้ทันทีคือ ล้างท่อนั้น ก็ทำไปได้แล้วเพียง 4.26%
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า จะเร่งล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายหลักให้แล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค.นี้ เนื่องจากพบว่าปีนี้มีฝนตกเร็วขึ้นและมีปริมาณฝนมากกว่าปกติ
ทั้งนี้ กทม.ได้ว่าจ้างกรมราชทัณฑ์และเอกชนในการล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ 277 สาย ความยาว 9.6 แสนเมตร ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว 13 สาย ความยาว 4.1 หมื่นเมตร คิดเป็น 4.26%
เรื่องราวใหญ่โตนี้เป็นเรื่องของการจัดการระบบ รวมถึงตัวอย่างจ่ายเงินชดเชยนั้นชาวบ้านจำนวนมากยังไม่ได้แตะเงิน 5,000 บาท แม้แต่สตางค์แดงเดียว
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า อยากเสนอแนะให้ กทม.อนุมัติเงินให้ครอบคลุมทั้งชุมชนได้เลย เพราะการสำรวจเป็นรายครัวเรือนอย่างที่ทำอยู่นั้นทำให้ล่าช้า
“แม้จะเลยกำหนด 45 วันมาแล้ว ประชาชนที่ประสบอุทกภัยทุกจังหวัดก็ยังสามารถส่งเอกสารเพื่อรับเงิน 5,000 บาทได้อยู่ โดยสามารถยื่นเอกสารหลักฐานมายังผู้ว่าราชการจังหวัด หรือยื่นที่สำนักงานเขตได้” ประชา ระบุ
ฝนมา ครม.ขยับ ทัวร์นกแก้วเคลื่อนขบวน ถ้าไม่อยากรับกันอีกคนละ 5,000 ต้องติดตามกันต่อไป







