
ส่องเพื่อนบ้าน
เมื่อวานนี้รับใช้ท่านผู้อ่านไปถึงกรณีอธิปไตยเศรษฐกิจไทยที่ต้องขึ้นอยู่กับเพื่อนบ้านในหลายๆ
โดย...ธนพล ไชยภาษี
เมื่อวานนี้รับใช้ท่านผู้อ่านไปถึงกรณีอธิปไตยเศรษฐกิจไทยที่ต้องขึ้นอยู่กับเพื่อนบ้านในหลายๆ ด้าน เช่น ความมั่นคงทางด้านแรงงานระดับล่าง ไปตลอดจนถึงความมั่นคงทางด้านพลังงานของไทย ที่ต้องพึ่งพาจากเพื่อนบ้านเป็นสำคัญ
วันนี้ลองมาส่องดูเพื่อนบ้านอินโดจีนกันครับ ว่าแต่ละประเทศมีการเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด
เริ่มต้นกันที่พม่า ไม่ต้องบอกกันมากมายก็รู้กันดีครับว่าพม่ากำลังจะเดินทางสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและเศรษฐกิจที่กำลังเป็นที่จับตามองมากที่สุดในเอเชียปีนี้
โครงสร้างทางการเมืองของพม่ากำลังเปิดประตูกว้างให้กับฝ่ายค้านมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันในทางด้านเศรษฐกิจจากแต่ก่อนพม่าปิดประตูตาย รับแต่อิทธิพลจากไทยและจีน มาถึงในวันนี้พม่าเริ่มเปิดประตูให้กับชาติตะวันตกกับโครงการท่าเรือทวายที่ใหญ่โต ว่ากันว่าจะใหญ่กว่าแหลมฉบังบ้านเราหลายเท่าตัวนัก
ความสำคัญของพม่าในอนาคต จะกลายเป็นจุดเชื่อมต่อสินค้าที่สำคัญมากในอินโดจีน และเชื่อมต่อไปจีนครับ พม่าจึงมีอนาคตสดใสมากมายทีเดียว และเมื่อไหร่ก็ตามที่ปัญหาชนกลุ่มน้อยหมดไป พม่าจะเป็นประเทศที่มีอนาคตมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียนครับ
ส่วนลาว วันนี้ต้องยอมรับว่าเปลี่ยนแปลงไปมาก จากอานิสงส์การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนาม ที่พาเอาลาวเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย
แต่ยุทธศาสตร์สำคัญประการหนึ่งที่ลาวได้ตั้งไว้ก็คือ การวางสถานะของประเทศให้เป็นศูนย์กลางแห่งพลังงาน ที่ลาวบอกว่าจะเป็น “แบตเตอรี่แห่งเอเชีย” ทีเดียว
เพราะลาวมีภูมิประเทศเป็นลักษณะเทือกเขาสูงมากมาย เหมาะสมต่อการสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้า ไฟฟ้าที่ผลิตได้ส่วนใหญ่ก็ส่งขายเพื่อนบ้านล่ะครับ ไทยนี่ก็คือลูกค้ารายใหญ่ที่สุดนั่นเอง
ส่วนเวียดนามนั้นแทบไม่ต้องพูดถึง เพราะคนไทยรู้กันดีว่าเวียดนามพัฒนาแบบก้าวกระโดดเพียงใด และในฐานะที่เวียดนามได้เปิดสัมพันธ์ใหม่กับสหรัฐเมื่อไม่กี่ปีก่อน ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เศรษฐกิจเวียดนามมีอัตราการเติบโตที่น่าตื่นตาตื่นใจเกือบจะทุกๆ ปี (แต่ก็ทำให้ลาวเจอกับปัญหาเงินเฟ้อหนักถึง 20% ต่อปีเช่นกัน)
ยิ่งในขณะนี้สถานะของเวียดนามกำลังเป็นตัวแทนของสหรัฐต่อการต้านอิทธิพลจีนมากขึ้นไปด้วย เชื่อว่าเวียดนามคงน่าจะได้ผลประโยชน์อะไรๆ จากสหรัฐมาไม่น้อย เหมือนเมื่อครั้งที่ไทยเคยได้จากสหรัฐช่วงสงครามเวียดนามนั่นแหละครับ
สุดท้าย กัมพูชา ประเทศคู่กัดกับไทยแลนด์ ในช่วงหลายๆ ปีมานี้ก็ต้องบอกว่ากัมพูชามีความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจไปมากทีเดียว ก็เพราะการผูกขาดทางการเมืองของ ฮุนเซน นี่แหละครับ ที่ทำให้การค้าการลงทุนของกัมพูชาไปคล่อง
และยิ่งตอนนี้ ทั้งตะวันตกและญี่ปุ่นกำลังเอาใจกัมพูชาอยู่ไม่น้อยกับแหล่งน้ำมันในอ่าวไทยนี่เอง ยุคนี้ใครมีน้ำมัน ใครมีก๊าซธรรมชาติก็กลายเป็นพระเอกไปทั้งนั้น
หันมามองไทยแลนด์กันดูครับ ลองนึกกันเล่นๆ ว่าเรามีอะไรโดดเด่นบ้าง?







