
กทม.จัดให้...รถโมบายคลายเครียด
8...อาทิตย์ เคนมี
ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คลื่นความเครียดเข้าถาโถมคนไทยทั้งประเทศที่นั่งลุ้นระทึกคดียึดทรัพย์ทักษิณ 7.6 หมื่นล้านบาท โดยมีทั้งคนผิดหวัง สมหวัง เสียใจ หรือสะใจ บางคนที่สภาพจิตใจเปราะบางอาจถูกความเครียดครอบงำโดยไม่รู้ตัว ภาวะเช่นนี้หากไม่สามารถควบคุมสติสัมปชัญญะหรือปล่อยให้อารมณ์กระเจิดกระเจิง อาจส่งผลให้แสดงพฤติกรรมด้านมืดในรูปของความรุนแรงดิบเถื่อนได้
สัญญาณความรุนแรงที่เกิดจากความเครียดของคนไทยได้ระเบิดออกมาให้เห็นในลักษณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปาอุจจาระใส่บ้านนายกรัฐมนตรี ศึกตะลุมบอนอัปยศระหว่างกองเชียร์สโมสรการท่าเรือกับทีมเมืองทองยูไนเต็ด นักศึกษาช่างกลอันธพาลยกพวกตีกัน ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ปัญหาครอบครัว อกหักรักคุด ฯลฯ
อาการเหล่านี้แม้จะรักษาให้หายได้ แต่ทางที่ดีที่สุดคือควรป้องกันไว้ดีกว่าแก้ ด้วยเหตุนี้กรุงเทพมหานคร (กทม.) จึงจัดโครงการ
“รถคลายเครียดเคลื่อนที่” เพื่อตอบสนองอาการป่วยใจของคนกรุงที่นับวันก็ยิ่งออกอาการกำเริบหนักขึ้น โดยเปิดให้บริการไปเมื่อต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่ามีผู้สนใจเข้ารับบริการอย่างล้นหลามม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงปัญหาสุขภาพจิตของคนเมืองว่าจากการสำรวจพบว่าในพื้นที่ กทม. มีผู้ป่วยด้วยโรคซึมเศร้าสูงถึง 3 แสนคน แต่ในจำนวนนี้มีเพียง 4% เท่านั้นที่อยู่ในความดูแลของแพทย์ ดังนั้นในปี 2553 กทม.จึงเตรียมมาตรการรับมือตลอดทั้งปี
ขณะที่ พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่าแนวทางแก้ปัญหาเท่าที่ กทม.คิดได้ก็คือจัดรถโมบายคลายเครียดเคลื่อนที่เพื่อรุกคืบเข้าสู่ทุกชุมชน โดยตระเวนให้บริการทั่วทั้ง 50 เขต รวมทั้งไปตามหน่วยงานองค์กรต่างๆ ที่ขอเรียกใช้บริการ โดยมีทีมงานสหวิชาชีพทั้งจิตแพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และพยาบาลจิตเวชคอยให้บริการถึงที่
รูปแบบการให้บริการภายในรถโมบายคลายเครียดจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคการป้องกันโรคเครียด วิธีปฏิบัติตนเพื่อการผ่อนคลาย การประเมินสุขภาพจิต ประเมินภาวะซึมเศร้า พร้อมจัดเก้าอี้นวดคลายเครียด การฉายภาพยนตร์คลายเครียดและมุมหนังสือ
พรพรรณ มังกรวงษ์ นักจิตวิทยา กองสร้างเสริมสุขภาพสำนักอนามัย กล่าวว่า การประเมินตนเองว่าเข้าข่ายโรคเครียดหรือไม่นั้น อาจสังเกตได้จากความผิดปกติทางด้านร่างกายและพฤติกรรม เช่น ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ท้องเสีย ท้องผูก ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หงุดหงิด โกรธง่าย ซึมเศร้า สิ้นหวัง กัดเล็บ ดึงผม เก็บตัว ฯลฯ เนื่องจากอาการเหล่านี้เป็นผลพวงมาจากความเครียด หากสภาพจิตใจไม่ปกติก็ย่อมส่งผลต่อร่างกายได้เช่นกัน
“
หากใครที่รู้ตัวว่าเข้าข่ายโรคเครียด สามารถเดินเข้ามารับบริการได้ทันที โดยข้อมูลทั้งหมดจะปกปิดไว้เป็นความลับ เพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว” พรพรรณ กล่าว






