
ปปง.บุกค้น4สำนักงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ปปง.และกองปราบ เข้าตรวจค้น 4 แห่งในกทม.เปิดบริษัทบังหน้าเชื่อมโยงธุรกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์โอนเงินไปจีน
ปปง.และกองปราบ เข้าตรวจค้น 4 แห่งในกทม.เปิดบริษัทบังหน้าเชื่อมโยงธุรกรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์โอนเงินไปจีน
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมเจ้าหน้าที่ ปปง.เข้าประชุมร่วมกับ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. ,พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป.และพนักงานสอบสวน บก.ป.เพื่อติดตามความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบอ้าง เลขาฯปปง.โทรศัพท์หลอกลวงผู้เสียหาย
โดยเฉพาะกรณีของอดีตข้าราชการสูงวัยที่หลงเชื่อโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารสูญเงินไปเกือบ 30 ล้านบาท ซึ่งทาง ปปง.ได้อายัดบัญชีเงินฝาก 85 บัญชี ส่วนทาง บก.ป.ร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ก่อนหน้านี้ 5 ราย พร้อมกับอายัดบัญชีเงินฝากธนาคารเพิ่มเติมรวม 96 บัญชี สำหรับการตรวจสอบร่องรอยการโอนเงินพบว่ามีการดำเนินการผ่านบัญชีคนไทย ก่อนโอนไปให้กับคนร้ายที่เป็นตัวการใหญ่ที่ปลายทางประเทศจีนและไต้หวัน เป็นจำนวนไม่ต่ำกว่า 170 ล้านบาท
ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมร่วมกัน เจ้าหน้าที่ ปปง.พร้อมด้วยกำลังตำรวจ บก.ป.นำโดย พ.ต.ท.นิคม ชัยเจริญ, พ.ต.ท.พุทธิพงศ์ เมฆเอี่ยมนภา, พ.ต.ท.คณพัฒน์ พาหุมันโต และ พ.ต.ท.ธีรพัฒ ธารีไทย สว.กก.1 บก.ป.ได้กระจายกันนำหมายศาลเข้าตรวจค้นจุดต่างๆ รวม 4 จุด ในพื้นที่ กทม.
ซึ่งจุดแรกที่เข้าทำการตรวจค้นคืออาคารไดมอนด์ ชั้น 4 เลขที่ 48 และ 49 ถนนสีลม เขตบางรัก กทม.เนื่องจากผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ให้การซัดทอดว่าอาคารดังกล่าวถูกใช้เป็นสำนักงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่ไม่พบอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด
ส่วนห้องเช่าในอาคารดังกล่าว มีชื่อนายทวีศักดิ์ กิตติโรจนเสถียร เป็นผู้เช่า ซึ่งให้ นายนิภัทร์ คูรัตน์ชัชวาล เช่าต่อเพื่อเปิดบริษัท เคลาว์ 9 จิวเวอรี่ จำกัด ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. 2554 โดยนายทวีศักดิ์ อ้างว่า ก่อนหน้านี้เปิดห้องให้บริษัทอื่นเช่า แต่ไม่ทราบว่าบริษัทดังกล่าวมาเช่าทำกิจการอะไร
นอกจากนี้การเข้าตรวจค้นอีก 3 จุด ประกอบด้วย ที่ซอยลาดพร้าว 94 ซึ่งเป็นบ้านของภรรยานายไพโรจน์ และบ้านพักในย่านบางกะปิ และบางแค ซึ่งล้วนมีความเกี่ยวข้องกับนายไพโรจน์ นั้น ทางตำรวจ บก.ป.จะรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่พบอีกครั้ง
ด้าน ร.ต.อ.หญิง สุนีย์ แสวงผล ผอ.สำนักตรวจสอบและวิเคราะห์ ปปง.เปิดเผยว่า หลังจากได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์พบว่า นายไพโรจน์ กิตติโรจนเสถียร บุตรชายของนายทวีศักดิ์ เป็นผู้เปิดบริษัท เลมาร์คฟู้ด จำกัด ส่งออกอุปกรณ์เครื่องใช้เบเกอรี่ โดยนายไพโรจน์ เป็นผู้รวบรวมเงินที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงเหยื่อให้โอนเงินเข้ามา ส่งไปยังประเทศจีน และไต้หวัน ซึ่งจากการตรวจสอบบัญชีธนาคารของนายไพโรจน์ พบว่ายังคงมีเงินหมุนเวียนจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ศาลอาญา ได้อนุมัติหมายจับนายไพโรจน์ ไว้แล้ว โดยทาง ปปง.ได้เตรียมนำพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการ เพิ่มเติมอีกด้วย







