posttoday
สังคม โพสต์ทูเดย์

สังคม โพสต์ทูเดย์

02 มีนาคม 2553

....หลวงสมัครฯ

โพสต์ทูเดย์ ลึก กว้าง ไกล ได้ประเด็นแซ่ด เกาะติดกระแสหลักประเทศไทย...m...บึ้ม...บึ้ม เสียงระเบิดดังสนั่นบริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาสีลม สัญลักษณ์ของ “กลุ่มทุน” ที่ยืนอยู่ตรงข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำให้ “กลุ่มคนเสื้อแดง” กลายเป็นจำเลยหมายเลขหนึ่งของสังคม แต่หากมองลึกลงไป “คนเสื้อแดง” ที่มีนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 14 มี.ค. ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการบึ้มครั้งนี้เลย มีแต่จะลด แนวร่วม ที่ไม่นิยมความรุนแรง ขณะที่หาก “คนเสื้อแดง” เจตนาที่จะป่วน สุดท้ายก็จะถูกปราบปรามอย่างเด็ดขาด เหมือนกับเมื่อครั้ง สงกรานต์เลือด หรือหนักไปกว่า หากเกิดความรุนแรงถึงขั้น “รถถัง” ออกมาสวนสนาม ทั้ง คนเสื้อแดง และ พรรคเพื่อไทย ก็จะถูกแช่แข็งไปอีกนาน ดูยังไงก็มีแต่ เจ๊งกับเจ๊ง หากมองในวงแคบ ผู้ที่ลงมือน่าจะเป็นฝ่ายตรงข้ามทักษิณ แต่หากมองในมุมกว้างเป็นได้ทั้งมือที่สาม มือที่มองไม่เห็น ม็อบตรงข้ามแดง และรัฐบาล...m...ดิ้นอีกเฮือก ยังไม่ยอมง่ายๆ สำหรับ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาให้ “ริบทรัพย์” พ.ต.ท.ทักษิณ จำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน โดยเหลือเงินคืนให้ 3.02 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเป็นเงินที่มีมาก่อนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ล่าสุดทีมทนายเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา โดยจะงัดคำพิพากษาของศาลฎีกาที่วินิจฉัยคดียึดทรัพย์สมัยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ว่า การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ที่มีอำนาจสอบสวนและสั่งอายัดทรัพย์นักการเมืองนั้น ขัดต่อประเพณีการปกครองของไทยในระบอบประชาธิปไตย...m...ลมๆ แล้งๆ เหตุผลสำคัญคือ เพราะเป็นการตั้งคณะบุคคลที่มิใช่ศาลมาทำการเช่นเดียวกับศาล ทรัพย์สินนักการเมืองที่สั่งอายัดให้ตกเป็นของแผ่นดินเป็นทรัพย์ที่นักการเมืองได้มาก่อนประกาศ รสช. จะมีผลบังคับใช้ การยึดทรัพย์ที่เกิดขึ้นเป็นการออกและใช้กฎหมายที่มีโทษทางอาญาให้มีผลย้อนหลัง จึงขัดธรรมนูญการปกครอง พ.ศ. 2534 และใช้บังคับมิได้ โดยจะนำมาเปรียบเทียบกับ คตส. ของ นาม ยิ้มแย้ม ที่เกิดขึ้นจากประกาศของ คปค. ว่าเข้าข่ายออกกฎหมายให้มีโทษย้อนหลังหรือไม่...m...โถ...โถ...โถ... น่าเห็นใจ งานนี้ยังมองไม่เห็นเลยว่า “ทักษิณ” จะได้อะไร เพราะประเด็นนี้ศาลฎีกาวินิจฉัยตั้งแต่ช่วงเริ่มแรกของการพิจารณาคดีแล้วว่า ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีนี้ รวมทั้ง “คตส. อัยการ และ ป.ป.ช.” มีอำนาจฟ้องได้ แล้วจะมาอุทธรณ์ในประเด็นนี้อีกทำไม ถ้าอยากให้ศาลฎีกากลับคำตัดสินต้องไปหาหลักฐานใหม่ ซึ่งอาจทำให้ข้อเท็จจริงเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ ศาลฎีกาจึงจะรับคำร้องอุทธรณ์ไว้พิจารณา สงสัยทีมทนายไม่ได้ตั้งใจฟังคำพิพากษา เลยผ่านเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ดูท่าหากอุทธรณ์ด้วยประเด็นนี้สงสัยจะไม่รอด สุดท้าย “ทักษิณ” ก็ไม่ได้อะไร...m...น่าเป็นห่วง นอกจากยื่นอุทธรณ์แล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคิดจะตอบโต้คดียึดทรัพย์ด้วยการยื่นถอดถอนองค์คณะผู้พิพากษาทั้ง 9 คน โดยอ้างว่าคำพิพากษาของศาลฎีกาขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่า พ.ร.ก.แปลงค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือเป็นภาษีสรรพสามิต ออกโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2540 และรัฐธรรมนูญ มาตรา 216 วรรค 5 ระบุชัด คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ รวมทั้งศาลฎีกาด้วย แต่องค์คณะทั้ง 9 คนกลับระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กระทำผิด จึงเตรียมล่ารายชื่อประชาชน 2 หมื่นคน เพื่อร้องต่อประธานวุฒิสภา ยื่นถอดถอนองค์คณะทั้ง 9 คน ออกจากตำแหน่ง เฮ้อ...! “ทักษิณ” คิดแบบนี้คงต้อง นอนอยู่กลางทะเลทราย ไปอีกยาว...วววว ...m...สังคมฝากมา ขอเชิญศิษย์เก่าโรงเรียนมัธยมสาธิตประสานมิตร “หลังคาจากรุ่นสุดท้าย” รุ่นเดียวกับ คมสรรพ์ บุณยสิงห์ พสุ พานิชศุภผล และกิตติพัฒน์ ไชยนุวัติ ร่วมพบปะสังสรรค์ในวันอาทิตย์ที่ 7 มี.ค. 2553 เวลา 11.0015.00 น. ณ ห้องธารารมย์ สโมสรปิยรมย์ สปอร์ตคลับ ปากซอยสุขุมวิท 101/1...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท