
อียูซัมมิตที่น่าผิดหวัง
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ ของสหรัฐ
บทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ ของสหรัฐ
ได้แสดงความเห็นต่อผลการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศเบลเยียมว่าเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังมาก
เพราะแม้ว่าที่ประชุมจะสามารถบรรลุข้อตกลงในเรื่องของการร่นระยะเวลาการเริ่มบังคับใช้กองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรปถาวร (อีเอสเอ็ม) ให้เร็วขึ้นจากเดิมมาเป็นช่วงกลางปีนี้ กับการตกลงร่วมว่าจะให้ข้อตกลงควบคุมวินัยการคลังมีผลบังคับใช้เต็มตัวภายในปีหน้า โดยที่ชาติสมาชิกจะลงนามในเดือน มี.ค.นี้ ซึ่งมีเพียงแค่อังกฤษกับเช็กเท่านั้นที่ไม่เข้าร่วม
แต่องค์ประกอบสำคัญที่จะใช้สู้วิกฤตหนี้ อย่างข้อเสนอการเพิ่มเงินในกองทุนช่วยเหลือเพื่อรองรับวิกฤตหนี้ในอนาคต ในกรณีที่หากมีประเทศใดประเทศหนึ่งล้มลงนั้นกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า โดยที่ประชุมกล่าวแต่เพียงว่าจะมีการพูดคุยอีกครั้งในการประชุมครั้งหน้าในเดือน มี.ค. ซึ่งนั่นอาจจะไม่สามารถตอบสนองทันต่อความเร่งด่วนและร้อนแรงของปัญหาในขณะนี้ได้
ทั้งนี้ สำนักข่าวชื่อดังแดนลุงแซมมองว่าการเพิ่มเงินในกองทุนช่วยเหลือเป็นสิ่งที่จำเป็นและเร่งด่วนมาก ไม่น้อยไปกว่าการเร่งสร้างวินัยการคลังในยุโรปเลย เนื่องจากปัจจุบันประเทศต่างๆ ที่มีหนี้สาธารณะสูงๆ อย่าง กรีซ สเปน อิตาลี นั้น กำลังมีภาระหนี้ที่เพิ่มมากขึ้นจนอาจจะทำให้ประเทศเหล่านี้ผิดนัดชำระหนี้ได้ในที่สุด ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการที่ดอกเบี้ยเงินกู้ของประเทศเหล่านี้มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังเป็นเรื่องที่น่าแปลกอยู่ว่าเป้าหมายที่ผู้นำยุโรปออกมาเน้นย้ำว่าจะสร้างการเติบโตและการสร้างงานให้มากขึ้นนั้นจะสำเร็จได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ไม่มีเงินอัดฉีดเข้ามาในระบบเศรษฐกิจเพื่อนำไปสู่การกระตุ้นการสร้างงานและการเติบโตเลย
และที่สำคัญก็คือ แนวทางการแก้ปัญหาปัจจุบันที่มุ่งเน้นการตัดลดงบประมาณเพื่อลดหนี้ตามที่ผู้นำเยอรมนีเสนอนั้น ก็อาจจะทำให้เศรษฐกิจของเยอรมนีได้รับผลกระทบตามไปด้วย
เนื่องจากนโยบายตัดลดงบจะส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตและอำนาจการซื้อในประเทศนั้นๆ ให้ต้องหยุดชะงักลง ซึ่งนั่นก็จะทำให้ประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลักอย่างเยอรมนี เลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องได้รับผลกระทบไปด้วย







