
ครก.112โต้พท.รับจ๊อบปฏิวัติ
สัมภาษณ์พิเศษ "คณะกรรมการรณรงค์แก้ไขมาตรา112" ไขข้อข้องใจรับจ๊อบทหารสร้างเงื่อนไขให้เกิดการปฏิวัติ
สัมภาษณ์พิเศษ "คณะกรรมการรณรงค์แก้ไขมาตรา112" ไขข้อข้องใจรับจ๊อบทหารสร้างเงื่อนไขให้เกิดการปฏิวัติ
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
การขับเคลื่อนของกลุ่มนิติราษฎร์ที่เขย่าสังคมไทยขณะนี้ ทั้งข้อเสนอแก้ไขมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา จนขยายผล มีคณะกรรมการรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 หรือ “ครก.112” ประกอบด้วย นักวิชาการ สื่อมวลชน นักคิดนักเขียน ร่วมลงชื่อสนับสนุนจำนวน 118 คน
ตามด้วยแนวคิดของนิติราษฎร์ที่เสนอกรอบเนื้อหาแก้ไขรัฐธรรมนูญปฏิรูปทุกสถาบัน ไม่ว่า สถาบันกษัตริย์ ศาล กองทัพ การเมือง พร้อมกับข้อเสนอของหนึ่งในนิติราษฎร์ที่ให้พระมหากษัตริย์ในฐานะประมุขของรัฐ ต้องสาบานตนจะพิทักษ์รัฐธรรมนูญเป็นประเด็นร้อนแรงและกลับมาฟาดฟันนิติราษฎร์ แม้แต่พรรคเพื่อไทยที่เรียงหน้าถล่ม “ผองมิตร” นิติราษฎร์ รายวันกล่าวหาว่า รับจ๊อบจากทหารสร้างเงื่อนไขให้เกิดการปฏิวัติ
โพสต์ทูเดย์สอบถามความเห็น ครก.112 ต่อข้อกล่าวหาที่ฝ่ายต่างๆ สาดใส่ในขณะนี้
พนัส ทัศนียานนท์ อดีต สว.ตาก นักวิชาการที่ร่วมลงชื่อแก้มาตรา 112 กล่าวว่า เท่าที่สัมผัสกับกลุ่มนิติราษฎร์นักวิชาการหนุ่มสาว 5-6 คนนี้ ไม่เชื่อว่า จะมารับจ๊อบ แต่เสนอด้วยความบริสุทธิ์ใจจากความคิดของคนรุ่นใหม่และเป็นเสรีภาพทางวิชาการ ที่สำคัญเขาไม่ได้เสนอให้ล้มล้างสถาบัน ตรงข้ามเป็นผลดีกับสถาบันด้วยซ้ำ
อดีตคณบดีนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้นี้ กล่าวว่า กลุ่มนิติราษฎร์ถูกโจมตีตั้งแต่แรกว่า รับจ๊อบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่ง วรเจตน์ ภาคีรัตน์ แกนนำนิติราษฎร์ก็ท้าให้เอาหลักฐานมาพิสูจน์ แต่สุดท้ายข้อกล่าวหาก็เปลี่ยนมาเป็นเรื่องนี้แทน โดยเฉพาะจากพรรคเพื่อไทย เพราะคงกลัวทหารสุดขีดที่อาจปฏิวัติหรือโค่นล้ม พรรคเพื่อไทยจึงต้องการปฏิเสธให้เด็ดขาดว่า ไม่เกี่ยวข้องกับนิติราษฎร์ แต่ทั้งหมดก็เท่ากับยืนยันว่า กลุ่มนิติราษฎร์ไม่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ
“แน่นอนเวลานิติราษฎร์แถลงข่าวจะมีคนเสื้อแดงมาร่วมชุมนุมด้วยมาก ฉะนั้น การที่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องก็หมายความว่า กลุ่มเสื้อแดงที่ไปฟังนิติราษฎร์ไม่ใช่พวกตัวเอง ซึ่งความจริงคนเสื้อแดงก็ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยทั้งหมด แต่ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยก็อ้างประชาธิปไตย และกลุ่มนิติราษฎร์เขาก็ใช้เสรีภาพทางวิชาการ การที่มากล่าวหาคนอื่นว่ารับจ๊อบทหาร ก็ระวังไว้ด้วยว่า ตัวเองสองมาตรฐานหรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปจะไม่มีคนเลือกพรรคเพื่อไทย ผมว่าเขาเป็นรัฐบาลอยู่ได้ไม่นานหรอก คอยดูซิ”
พนัส กล่าวยืนยันว่า ผู้ที่ลงชื่อสนับสนุน|นิติราษฎร์เป็นเฉพาะวาระแก้ไขมาตรา 112 ไม่เกี่ยวกับข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ตามมาจากนั้น
สมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ซึ่งร่วมชื่อสนับสนุนแก้มาตรา 112 กล่าวว่า ข้อเสนอนี้ต้องการลดโทษผู้ที่ต้องคดีหมิ่นสถาบัน ไม่ให้รุนแรงเกินไป แต่สังคมกลับอ่อนไหว โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยไม่อยากลงมาเล่นเรื่องนี้จึงประกาศจุดยืนเกือบทุกวันว่า ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งมองว่า พรรคเพื่อไทยต้องการสื่อสารกับคนที่เขากลัวมากกว่า แต่ก็ไม่ควรมาข่มขู่เกินเลยอย่างนี้ พรรคเพื่อไทยอาจเสียแนวร่วมเพราะมวลชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยส่วนหนึ่งก็สนับสนุนนิติราษฎร์|เช่นกัน ถ้าคนเสื้อแดงทนไม่ไหว คิดว่า พรรคนี้ไม่ใช่ ก็อาจเปลี่ยนพรรคก็ได้ หรือไปโหวตโนแทน
สมบัติ กล่าวว่า กลุ่มนิติราษฎร์ไม่ใช่เสื้อแดง แต่มีแนวโน้มสนับสนุนเสื้อแดง เมื่อไม่มีองค์กร|จัดตั้งมวลชน การขับเคลื่อนต่างๆ จึงใช้แนวทางภาคประชาชนในแนวระนาบ ซึ่งรูปแบบนี้อาจปวดหัวเนื่องจากจะเต็มไปด้วยการถกเถียงค่อนข้างมาก ต่างจาก นปช.ที่เคลื่อนไหวในแนวนิ่ง อย่างไรก็ตามส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของนิติราษฎร์ที่ให้มีคณะกรรมการ 25 คนมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะยังติดอยู่กับกรอบของผู้เชี่ยวชาญมากเกินไป การร่างรัฐธรรมนูญต้องเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมให้มาก
สมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อีกหนึ่งที่ร่วมลงชื่อ กล่าวว่า การโต้แย้งมาตรา 112 ขณะนี้ไม่ได้ถกเถียงในเรื่องเนื้อหา แต่เป็นการใช้มาตรา 112 มาป้ายสีทางการเมือง และยัดเยียดว่า เป็นพวกเนรคุณ สำหรับพรรคเพื่อไทยกลัวถูกโจมตีว่า ไม่จงรักภักดี เพราะมีชนักติดหลังเรื่องนี้อยู่ จึงพยายามปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับนิติราษฎร์ ทั้งนี้สังคมควรมองเนื้อหาที่นิติราษฎร์นำเสนอให้มากกว่านี้
อนุสรณ์ ธรรมใจ กรรมการมูลนิธิปรีดี พนมยงค์ หนึ่งใน ครก.112 กล่าวว่า กลุ่ม|นิติราษฎร์ยืนบนหลักการประชาธิปไตย มีความกล้าหาญทำเพื่อบ้านเมือง ไม่มีวาระซ่อนเร้น ไม่เข้าข้างฝ่ายใด ส่วนตัวเห็นว่า มาตรา 112 มี|ความจำเป็นต้องแก้ไขเพื่อทำให้สถาบันกษัตริย์มีความเข้มแข็งสอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบันและอนาคต เนื่องจาก 5 ปี|ที่ผ่านมา มีการใช้มาตรา 112 มาทำร้ายกันทางการเมือง บางคนถูกจำคุก 20 ปีทั้งที่เขาไม่ใช่อาชญากร การขับเคลื่อนแก้มาตรา 112 เป็นเจตนาดี ดังนั้น ควรพูดด้วยเหตุผลมากกว่าใช้อารมณ์เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ วันนี้เราจำเป็นต้องปฏิรูปทั้งสถาบันกษัตริย์ สถาบันศาล กองทัพ การศึกษา มิฉะนั้นในอนาคตสังคมจะเผชิญความเสี่ยง และความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น
อนุสรณ์ กล่าวว่า เท่าที่ติดตามกลุ่มนิติราษฎร์ เชื่อว่า ไม่ได้รับจ๊อบใครมาสร้างเงื่อนไขให้เกิดการปฏิวัติ เพราะถ้าทหารจะยึดอำนาจก็มักหาเหตุผลอื่นมาอ้างเสมอ พรรคเพื่อไทยอาจกลัวรัฐบาลจะล้มด้วยเรื่องเหล่านี้และข้อหาล้มเจ้าที่สาดใส่แบบเสียหาย แต่ยืนยันว่า กลุ่มนิติราษฎร์ไม่ใช่กลุ่มล้มเจ้า แต่เป็นกลุ่มปฏิรูปให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม เห็นว่า การเสนอเรื่องมาตรา 112 อาจไม่ใช่เรื่องด่วน ต้องค่อยๆ ให้สังคมอภิปราย ย่อยข้อมูลไปเรื่อยๆ
“เวลามีกลุ่มคลั่งเจ้าก็จะเป็นเงื่อนไขให้เกิดแนวร่วมมุมกลับคือ พวกล้มเจ้า ความจริงพวกคลั่งเจ้าอาจไม่ใช่พวกจงรักภักดีกับเจ้า แต่เขาได้ประโยชน์จากการโหนเจ้า เมื่อจะเกิดการปฏิรูปตัวเองก็เสียประโยชน์ จึงไม่พอใจ หลายประเทศก็พังอย่างนี้ ดังนั้น ถ้าเดินแนวปฏิรูปประเทศจะปลอดภัยสูง วันนี้ทุกคนกระโจนเข้ามาเล่นในพื้นที่สงครามนี้เพื่อหาประโยชน์ทำลายกัน พรรคประชาธิปัตย์ก็เอาเรื่องนี้มาโจมตี ส่วนพรรคเพื่อไทยมีพฤติกรรมไม่ต่างกัน คอยแต่ปกป้องตัวเองโดยไม่พิจารณาด้วยเหตุผล ถ้าทุกคนหวังดีต่อสถาบันจริง ต้องอย่านำประเด็นนี้|มาใช้ต่อสู้ทำลายล้างกัน” อนุสรณ์ กล่าว







