
แดงแหยงแดง ตัดตอน 112 รักษาอำนาจรัฐบาล
ปฏิกิริยาพรรคเพื่อไทยและแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
ปฏิกิริยาพรรคเพื่อไทยและแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ย้ำจุดยืนทุกวันหลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนิติราษฎร์ และไม่เกี่ยวข้องทุกกรณีกับการเสนอแก้มาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา ก็เพื่อตัดชนวนความขัดแย้งในสังคมที่กำลังเป็นไฟร้อนทั้งประเทศ และกระทบรัฐบาลทางอ้อมโดยไม่จำเป็น
แม้แต่จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ยังออกมาขอร้องกลุ่มนิติราษฎร์เองว่า ให้ยุติการเคลื่อนไหว เพราะเกรงว่ากลุ่มที่สูญเสียอำนาจอาจหยิบยกมาตรา 112 มาใช้เป็นเหตุกระทำการรัฐประหารรัฐบาลเพื่อไทย!!
มาตรา 112 ที่จุดพลุโดยกลุ่มนิติราษฎร์ ได้เขย่าสังคมไทยอย่างรุนแรง จนเกิดการเผชิญหน้า กระทั่งมีการเผาหุ่นอาจารย์นิติราษฎร์ บางฝ่ายหลอนว่า ถ้าการเผชิญหน้านี้พัฒนาต่อไป อาจคล้ายเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519
ทั้งหมดสะท้อนว่า สังคมไทย ฝ่ายการเมือง กลไกผู้มีอำนาจในปัจจุบัน ยังไม่พร้อมที่จะแก้ไขมาตรา 112 แม้แต่รัฐบาลตั้งแต่ผู้กุมอำนาจตัวจริง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กระทั่งนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือในซีกแกนนำแดง นปช. ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็ยืนยันจะไม่แตะต้องมาตรานี้เด็ดขาด
แถลงการณ์ก็แล้ว หรือจะชี้แจงความบริสุทธิ์ใจก็แล้ว สังคมยังไม่เชื่อใจพรรคเพื่อไทยอีก พรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องเพิ่มดีกรียกระดับการโจมตีไปที่กลุ่มนิติราษฎร์ให้หนักหน่วงขึ้น เพื่อให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยกับนิติราษฎร์บวกเสื้อแดงที่ไปร่วมสนับสนุนไม่ใช่พวกเดียวกับพรรคเพื่อไทย!!
ไม่ว่าข้อกล่าวหาจาก ประชา ประสพดี สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ที่ว่า นิติราษฎร์ท่าดีทีเหลว มุ่งแก้เนื้อหาที่เกี่ยวกับสถาบัน สร้างความแตกแยกให้เพิ่มขึ้นในบ้านเมือง
“ความจริงมีเรื่องอื่นที่สมควรแก้มากมาย แต่น่าแปลกว่าคณาจารย์กลุ่มนี้กลับไม่เอาสมองไปคิด จึงน่าสงสัยถึงเจตนาของคณะนิติราษฎร์ว่าไปรับจ๊อบอะไรที่มีวาระแอบแฝงมาหรือไม่ พวกคุณเป็นนักวิชาการเอียงซ้าย หรือเอียงขวากันแน่ บ้านเมืองกำลังเข้าร่องเข้ารอย แต่คุณกำลังปลุกทหารมาปฏิวัติหรือเปล่า ขอให้ประชาชนที่เทิดทูนสถาบันนำลูกศิษย์ลูกหาออกมาต่อต้านกันเยอะๆ”
หรือ พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นิติราษฎร์ต้องรับฟังเสียงสะท้อนบ้าง การเสนอแก้มาตรา 112 ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน เมื่อมีแรงต่อต้านทุกทิศทางก็ไม่ควรดันทุรัง ควรทบทวนเปลี่ยนแปลงแนวทางไปสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ที่เป็นผลพวงมาจากการปฏิวัติ
กระทั่งแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยที่ยืนยันไม่แก้มาตรา 112 ที่ต่อมา พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า สนับสนุนจุดยืนของพรรคเพื่อไทย ล่าสุดคำพูดของ อนันต์ ศรีพันธุ์ สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ที่เพิ่งเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 112 เพราะที่ผ่านมาคนไทยก็อยู่กันได้โดยที่ไม่มีปัญหาอะไร แต่อยู่ดีๆ กลับจะมีคนเอาปัญหามาให้
คำยืนยันหนักแน่นตอกย้ำอีกครั้งจากกลุ่มเสื้อแดงที่ใหญ่ที่สุดในขบวนการเสื้อแดง โดย วรวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษก นปช.แดงทั้งแผ่นดิน บอกว่า แดง นปช. ไม่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 หรือกับกลุ่มนิติราษฎร์ แต่ยอมรับว่าขบวนการเสื้อแดงมีหลากหลาย อาจมีบางกลุ่มไปสนับสนุน
เห็นได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช. พยายามโดดเดี่ยว “นิติราษฎร์” ทั้งที่นักวิชาการกลุ่มนี้เป็นพลังสีแดงที่ช่วยต่อต้านการรัฐประหาร เป็นเป้าหมายเดียวกับพรรคเพื่อไทย
ก่อนเลือกตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ใช้เครือข่ายทุกกลุ่มต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามในสภา นอกสภา ใช้มวลชนรากหญ้าผ่านขบวนการเสื้อแดงที่มีหลายกลุ่ม แดง นปช.ของพรรคเพื่อไทย กลุ่มแดงสยามของกลุ่ม สุรชัย แซ่ด่าน สมยศ พฤกษาเกษมสุข โดยช่วงทำสงครามรบได้กดดันหนักหน่วงไปถึงองคมนตรี คนชั้นนำ กลุ่มพลังจารีต จนประสบความสำเร็จชนะเลือกตั้ง
หลายกลุ่มที่มารวมพลังกันมีเป้าหมายร่วมเดียวกัน สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ นักวิชาการเสื้อแดงจากจุฬาฯ เคยให้ภาพว่า เสื้อแดงมีจุดร่วมด้วยกัน 2 เรื่อง คือ 1.รักประชาธิปไตย 2.รับไม่ได้ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกรังแก แต่กลุ่มเสื้อแดงแต่ละกลุ่มก็มีความหลากหลาย เป้าหมายเฉพาะและระดับความเข้มข้นมีความต่างกันอยู่
ขั้นต่ำคือ การแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่มาจากการรัฐประหาร การเร่งเยียวยาผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ นำคนฆ่าประชาชนมาลงโทษ ขั้นกลาง ล้างผลพวงจากการรัฐประหาร ส่วนขั้นสูงสุด ต้องแก้กฎหมายมาตรา 112
เมื่อพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ถึงแม้ว่าเป้าหมายสูงสุดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่บรรลุ 100% ที่ต้องการนิรโทษกรรมปลดล็อกคดีความ คืนทรัพย์สิน และกลับประเทศไทย แต่ปัจจุบัน พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กุมอำนาจรัฐ มีน้องสาวเป็นนายกฯ และพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จึงไม่จำเป็นต้องเสี่ยงทำเรื่องร้อน เพาะศัตรูเพิ่ม ที่กระทบต่อการครองอำนาจรัฐ
แค่ปัจจุบันพรรคเพื่อไทยก็มีศัตรูธรรมชาติมากพอจากฝ่ายค้านพรรคประชาธิปัตย์ มวลชนพันธมิตรและเครือข่ายหลากสี กลุ่มคนชั้นสูง กลุ่มทุนที่เสียประโยชน์ ยังมีองค์กรอิสระที่คอยตรวจสอบการใช้อำนาจมิชอบ ผิดกฎหมาย ถ้าพลาดเมื่อไรก็จะถูกตรวจสอบหนัก
รัฐบาลยังต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กระทบกับอีกหลายกลุ่มในสังคมที่อาจเสียประโยชน์จากการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีก ซึ่งก็เท่ากับมีกลุ่มต่อต้านเพิ่ม จึงไม่จำเป็นต้องไปสร้างศัตรูเพิ่มอีกจากการแก้มาตรา 112
รัฐบาลยังมีอำนาจอยู่ได้อีก 3 ปีครึ่ง จึงต้องรักษาอำนาจนี้ไว้ให้นานที่สุด เมื่อประเด็นแก้ 112 ปลุกไม่ขึ้น และกำลังสร้างเงื่อนไขขัดแย้งทางอารมณ์ครั้งใหญ่ ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็ปฏิเสธความเกี่ยวพันกับพี่น้องเสื้อแดงที่ไปร่วมสนับสนุนกลุ่มนิติราษฎร์ไม่ได้
การถล่มนิติราษฎร์จึงเป็นไฟต์บังคับ จนธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปช. อดีตซ้ายเก่า กลับหลังหันแทบไม่ทัน เพราะเคยประกาศสนับสนุนนิติราษฎร์ว่าเป็นแขนขาของเสื้อแดง
พ.ต.ท.ทักษิณ ประเมินแล้วว่า แม้จะเสียแนวร่วมจาก “แดง 112” แต่ไม่มาก เพราะแดงส่วนใหญ่ในขณะนี้คือแดง นปช. ที่เป็นเครือข่ายอุปถัมภ์ของนักการเมืองเพื่อไทยที่ควบคุมได้
นี่จึงต้องสละเรือถอดเสื้อ 112 ทิ้ง แต่การสู้ให้แก้มาตรา 112 กับการอยู่ชิงอำนาจเป็นรัฐบาล ที่สุดแล้วใครจะเป็น แดงแท้–แดงเทียม??







