posttoday
กูรูสะกิดเอเชีย สร้างภูมิคุ้มกัน รับมือวิกฤตหนี้ยุโรป

กูรูสะกิดเอเชีย สร้างภูมิคุ้มกัน รับมือวิกฤตหนี้ยุโรป

02 กุมภาพันธ์ 2555

ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกตกอยู่ในสภาวะซบเซา สิ่งที่พวกเรารู้สึกได้ก็คือว่า

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

“ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกตกอยู่ในสภาวะซบเซา สิ่งที่พวกเรารู้สึกได้ก็คือว่า สถานการณ์เศรษฐกิจส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียยังคงแข็งแกร่ง และยังมีที่ว่างเพียงพอสำหรับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจใดๆ เพิ่มเติม” อนูป ซิงห์ ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก กล่าว

ความคิดเห็นข้างต้นของซิงห์ที่แสดงออกมาเมื่อวันที่ 31 ม.ค. น่าจะถือเป็นหนึ่งในข่าวดีไม่กี่ข่าวที่เกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในภาวะซึมเซาและคาดเดาอะไรไม่ได้ในขณะนี้ โดยมีวิกฤตหนี้สาธารณะของยุโรปเป็นชนวนสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ข่าวดีดังกล่าวก็ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยทำให้รัฐบาล ผู้ประกอบการ หรือนักลงทุนในภูมิภาคเอเชียเบาใจหรือสบายใจได้มากนัก เพราะถึงแม้จะสามารถรอดพ้นจากวิกฤตหนี้ยุโรป แต่ความเห็นของซิงห์ก็ไม่ได้หมายความว่าเอเชียจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เลย

เพราะยุโรปคือคู่ค้าอันดับต้นๆ คือนักลงทุนรายใหญ่ของเกือบทุกประเทศในเอเชีย และอาจเป็นแหล่งงานชั้นดีสำหรับบางประเทศในภูมิภาค

ทั้งนี้ รายงานจากคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสแคป : UNESCAP) ฉบับล่าสุด ระบุชัดว่า หนี้สาธารณะของยุโรปสามารถส่งผลกระทบต่อประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ 3 ทางด้วยกัน คือ การเงิน การค้า และการจ้างงาน โดยผลกระทบที่มีแนวหนักหนาสาหัสมากที่สุด ก็คือผลกระทบทางด้านการค้า ขณะที่การเงินได้รับผลกระทบบ้างบางประเทศ และการจ้างงานนั้นไม่มีผลกระทบที่น่าหวั่นเกรงแต่อย่างใด

กูรูสะกิดเอเชีย สร้างภูมิคุ้มกัน รับมือวิกฤตหนี้ยุโรป

สำหรับผลกระทบทางด้านการเงินนั้น บรรดานักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันชั้นนำของโลก เช่น มอร์แกน สแตนเลย์ หรือบาร์เคลย์ส ล้วนเห็นตรงกันว่า เอเชียยกเว้นประเทศญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ไม่น่าจะได้รับผลกระทบเสียหายร้ายแรง เนื่องจากหลายประเทศมีนโยบายหรือมาตรการรองรับที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับไอเอ็มเอฟที่ออกมาระบุว่า เอเชียจะสามารถควบคุมผลกระทบที่เกิดกับภาคการเงินจากการที่ยุโรปลดจำนวนการปล่อยกู้ลงได้ เพราะแม้ต้นทุนสินเชื่อจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ปริมาณสินเชื่อทั่วไปยังคงเดิม เนื่องจากธนาคารในเอเชีย เช่น ธนาคารอินเดียมีการปล่อยสินเชื่อทดแทนในส่วนที่ธนาคารยุโรปต้องลดสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อลงไป

ส่วนเหตุผลที่ต้องยกเว้นญี่ปุ่นหรือออสเตรเลียนั้น เป็นเพราะภาคการเงินของทั้งสองประเทศนี้ ถือว่าผูกติดแนบแน่นกับภูมิภาคยุโรปพอสมควร เห็นได้จากกรณีของบริษัทโบรกเกอร์ชั้นนำขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง โนมูระ ที่ออกมารายงานผลการดำเนินการของบริษัทในภูมิภาคยุโรปในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. ซึ่งขาดทุนสูงถึง 275 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ก่อนหน้านี้ บริษัทโบรกเกอร์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น เมื่อวัดจากจำนวนรายได้อย่าง ไดวะ ซีเคียวริตี ก็เพิ่งจะประกาศผลประกอบการในช่วงไตรมาสล่าสุดที่ผ่านมาว่า บริษัทกำลังเผชิญหน้ากับภาวะขาดทุนอย่างหนัก จนถึงขั้นต้องประกาศปลดพนักงานเพิ่มขึ้นอีกกว่า 200 ตำแหน่งในยุโรปและเอเชีย

แม้ภาคการเงินส่วนใหญ่ของเอเชียจะไม่น่าเป็นห่วง แต่ผลกระทบของวิกฤตหนี้ยุโรปที่เอเชียน่าจะโดนไปเต็มๆ ก็คือการค้า เพราะยุโรปถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่และเป็นตลาดส่งออกสำคัญของหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลักอย่าง ไต้หวัน เกาหลีใต้ หรือแม้กระทั่งจีน

ยิ่งเมื่อรัฐบาลเกือบทุกประเทศในยุโรป เริ่มเดินหน้าเข้าสู่มาตรการรัดเข็มขัดแบบเต็มตัว ทั้งปลดพนักงาน ตัดเงินเดือน หรือลดสวัสดิการบำนาญ ก็ยิ่งกลายเป็นแรงบีบสำคัญที่ทำให้ปริมาณการนำเข้าสินค้าของภูมิภาคยุโรปลดลง

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดวิกฤตหนี้ในยุโรป ปริมาณความต้องการสินค้าในตลาดดังกล่าวก็ลดลงจนเห็นได้ชัด โดยยืนยันได้จากตัวเลขการส่งออกของแต่ละประเทศในช่วง 20 วันแรกของเดือน ม.ค. เกาหลีใต้ลดลง 44.8% ขณะที่จีนมียอดส่งออกลดลงเหลือ 46.9% จาก 48.6% ในเดือนก่อนหน้า เช่นเดียวกับการส่งออกของไต้หวัน ซึ่งคิดเป็น 74% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ก็มียอดสั่งซื้อเฉพาะจากยุโรปลดลงอย่างต่อเนื่อง

ซิงห์ ระบุชัดว่า ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เอเชียสามารถรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากวิกฤตหนี้ได้ ก็คือการกระตุ้นการลงทุนและการบริโภคภายในของแต่ละประเทศให้มากขึ้น พร้อมกับการวางแผนสำรองรับมือไว้ล่วงหน้า เช่น ประเทศใดเสี่ยงที่จะเจอภาวะเงินทุนไหลออก ก็ให้เตรียมหามาตรการเสริมสภาพคล่องให้กับสถาบันการเงิน ส่วนประเทศใดๆ ที่เสี่ยงเจอกระแสเงินร้อนไหลเข้า ก็ให้ใช้มาตรการควบคุมที่เหมาะสมแทน

แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับหนี้สาธารณะของยุโรปโดยตรง หรือแม้จะมีแนวโน้มอยู่รอดปลอดภัยจากวิกฤตยุโรปมากที่สุด แต่หากไม่เร่งปรับแผนการดำเนินงานให้แตกต่างจากที่เคยเป็นมา ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงจากหายนะเช่นเดียวกัน เหมือนที่ธนาคารโลกได้กล่าวเตือนไว้เมื่อต้นเดือน ม.ค. ว่า

ปลอดภัยไว้ก่อนก็ยังดีกว่าเสียใจภายหลัง เพราะหากวิกฤตหนี้ยุโรปทวีความรุนแรงขึ้น ย่อมไม่มีข้อยกเว้นสำหรับใครทั้งสิ้น

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท