
ปูสั่งเปิดเขื่อน
‘นายกฯ’ผงะพบน้ำยังมีปริมาณมากอย่างมีนัยสำคัญ/งบฟื้นฟูค้างบาน
‘นายกฯ’ผงะพบน้ำยังมีปริมาณมากอย่างมีนัยสำคัญ/งบฟื้นฟูค้างบาน
ครม.เพิ่งตื่น ผวาน้ำท่วมซ้ำ ขณะงบฟื้นฟูแสนล้านค้างท่อบานเบอะ
นางฐิติมา ฉายแสง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ว่า ที่ประชุมเห็นว่า 6 เดือนนับจากนี้ไปต้องเร่งระบายน้ำจากเขื่อนหลักของประเทศโดยด่วน เพราะพบว่าปริมาณน้ำในเขื่อนหลักมีจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนแผนจากเดิมที่ 3 เดือนแรกจากนี้จะปล่อยน้ำไม่มาก จากนั้นอีก 3 เดือนก่อนเข้าหน้าฝนถึงจะปล่อยน้ำมาก
นางฐิติมา ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แสดงความไม่พอใจหลังสอบถามสำนักงบประมาณแล้วพบว่า หลายจังหวัดยังไม่ได้ของบประมาณไปจัดซื้อเครื่องสูบน้ำ จึงสั่งให้ทุกจังหวัดเร่งเสนอของบจัดซื้อเครื่องสูบน้ำเพื่อไปติดตั้งในจุดสำคัญโดยด่วน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมชลประทานระบายน้ำในเขื่อน และให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) รับผิดชอบขุดลอกท่อคูคลองทั้งหมด ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเตรียมข้อมูลสำหรับการเตือนภัยแก่ประชาชนให้เสร็จก่อนฝนจะมา
สำหรับปัญหาการจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาท ที่ยังไม่ถึงมือประชาชนอีกเป็นจำนวนมากนั้น ต้องให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดประสานงานลงไปยังกลไกส่วนท้องถิ่นในการสำรวจให้เร็วกว่านี้
วันเดียวกัน ครม.มีมติเห็นชอบให้ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน กทม.และต่างจังหวัดรายละ 5,000 บาทเพิ่มเติม โดยกำหนดให้การช่วยเหลือเสร็จสิ้นภายใน 45 วัน นับแต่วันที่ ครม.เห็นชอบ
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ครม.เคยอนุมัติโครงการและกรอบงบประมาณช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยาน้ำท่วมไป 6 ครั้ง รวมวงเงิน 1.39 แสนล้านบาท แต่ปรากฏว่าหลายโครงการไม่มีความพร้อม และไม่มีความก้าวหน้าในการดำเนินการเลย มีงบค้างการเบิกจ่ายถึง 7 หมื่นล้านบาทเศษ
อาทิ อนุมัติให้กรมทางหลวงใช้งบประมาณ 9,200 ล้านบาท ไปฟื้นฟูทางสายหลักและโครงข่ายสำคัญ 708 เส้นทาง แต่ทำไปจริงเพียง 2,000 ล้านบาท การรถไฟแห่งประเทศไทยได้รับอนุมัติ 2,210 ล้านบาท แต่ยังไม่พร้อมขอรับการจัดสรรงบแม้แต่โครงการเดียว







