
สว.จอมแฉสงสัยกัลยาโอนหุ้นเข้าข่ายใกล้เคียงแม้ว
ส.ว.เรืองไกรสงสัยบัญชีทรัพย์สินคุณหญิงกัลยาเข้าข่ายโอนหุ้นให้บุตรใกล้เคียงทักษิณ
ส.ว.เรืองไกรสงสัยบัญชีทรัพย์สินคุณหญิงกัลยาเข้าข่ายโอนหุ้นให้บุตรใกล้เคียงทักษิณ
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ในฐานะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน วุฒิสภา เปิดเผยว่า ได้เก็บข้อมูลการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ของนักการเมืองทุกคน เมื่อได้รับฟังคดียึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จึงนึกได้ว่าคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เคยยื่นบัญชีทรัพย์สิน สมัยเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.กับตอนเข้ารับตำแหน่งรมว.วิทยาศาสตร์ฯ ยังมีข้อที่น่าสงสัย เนื่องจากข้อมูลในส่วนของคู่สมรสแจ้งไว้ตอนเป็นส.ส.ว่ามีหุ้นในส่วนของเงินลงทุนประมาณ 400 ล้านบาท แต่พอตอนเป็นรัฐมนตรีมูลค่าลดลงเหลือ 300 ล้านบาท และมีลูกหนี้เป็นบุตรีทั้ง 3 คน เพิ่มขึ้นคนละ 95.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นกรณีที่ใกล้เคียงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่โอนหุ้นให้กับลูกที่บรรลุนิติภาวะแล้วดังนั้น เมื่อคำพิพากษาของศาลออกมาคงต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป
นายเรืองไกร กล่าวด้วยว่า ป.ป.ช.ต้องไล่สอบบัญชีทรัพย์ของรัฐมนตรีและ ส.ส.ทุกคนว่าเข้าข่ายในลักษณะ เดียวกันหรือไม่ เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางเดียวกันกับที่ศาลตัดสิน โดยส่วนตัวเชื่อว่าการโอนหุ้นในลักษณะแบบนี้มีมากพอสมควร กรณีของคุณหญิงกัลยา ต้องตรวจสอบต่อไปว่า หุ้นที่ถืออยู่เป็นหุ้นสัมปทาน หรือเป็นหุ้นที่อยู่ในเกณฑ์ ตามที่รัฐธรรมนูญ ห้ามรัฐมนตรีถือหุ้นในบริษัทเกินว่า 5% ก็จะเป็นกรณีเดียวกับของ นพ.พฤติชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ ป.ป.ช.ชี้มูลแล้วส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการอยู่ในขณะนี้.







