
มาร์คแนะรัฐถกใจก้าช่วยนิคมอุตฯ
"อภิสิทธิ์" หวั่นโอนงบให้เอกชนขัดกฎหมาย แนะรัฐ คุยไจก้าช่วยนิคมอุตสาหกรรม
"อภิสิทธิ์" หวั่นโอนงบให้เอกชนขัดกฎหมาย แนะรัฐ คุยไจก้าช่วยนิคมอุตสาหกรรม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า การส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตีความ พ.ร.ก. 2 ฉบับนั้น ขั้นตอนไม่มีอะไรซับซ้อน ถ้าดูจากอดีตแล้ว การพิจารณาก็คงจะไม่นานมาก ไม่น่าจะเกิน 1 เดือน ขณะเดียวกันนั้นการดำเนินการตามกฎหมายก็สามารถดำเนินการต่อไปได้ เพราะไม่ได้มีข้อห้ามในการที่จะให้มีการดำเนินการต่อ ดังนั้นกฎหมายนี้ก็ยังถือว่ามีผลบังคับใช้ ยกเว้นในที่สุดแล้วศาลวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญจึงไปเป็นโมฆะตอนนั้น
สำหรับกรณีที่หาก พ.ร.ก. 2 ฉบับนี้ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นมารยาททางการเมือง อยู่ที่รัฐบาล แต่ประเด็นของพรรคฯ ที่ยื่นตีความเพราะเห็นว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและการเปิดโอกาสให้มีการตรา พ.ร.ก. ในลักษณะนี้จะเป็นผลเสียกับส่วนรวม โดยเฉพาะเรื่องการโอนหนี้ฯ ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีความเหมาะสม หากเปิดโอกาสให้ใช้วิธีแบบนี้ได้วันข้างหน้าจะเกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และทุนสำรองระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ ในส่วน พ.ร.ก. อีกฉบับนั้น มีลักษณะเลี่ยงการใช้กฎหมายงบประมาณ อีกทั้งทางนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ออกมาระบุจทำให้เห็นชัดว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องออก พ.ร.ก.ตัวนี้ เพราะจำนวนเงินดังกล่าวสามารถใช้เงินงบประมาณได้โดยไม่ติดข้อจำกัดตามที่รัฐบาลอ้าง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตามที่มีข่าวว่า นายกิตติรัตน์ เข้าพบนายประสาน ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่า ธปท. เพื่อหารือถึงแนวทางในการแก้ปัญหาหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ซึ่งแนวทางการ เรียกเก็บเงินจากสถาบันการเงินในส่วนเงินสมทบเข้ากองทุนสถาบันประกันเงินฝากนั้น เป็นที่ถกเถียงกันมาก แต่หากดูผิวเผินแล้วเหมือนมีแหล่งเงินใหม่มาช่วยแก้ปัญหาหนี้กองทุนฟื้นฟู ฯ แต่ตามข้อเท็จจริงแล้ว เป็นไม่ได้ที่ทางสถาบันการเงินจะยินดีแบกรับโดยที่ไม่ส่งต่อให้ประชาชน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จากแนวทางรัฐบาลที่จะปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้นิคมอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อีกทั้งขยายระยะเวลาการชำระหนี้จาก 7 ปี เป็น 15 ปี รัฐบาลจำเป็นต้องออกเงินช่วยส่วนหนึ่ง หรือที่เรียกว่าเงินให้เปล่า โดยอาจส่งผลให้เกิดปัญหาในทางกฎหมายว่าหากรัฐจะจัดสรรเงินหรืองบประมาณไปให้เอกชน แต่หากเรื่องนี้มีการเจรจากับทางองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า)ก็อาจมีความเป็นไปได้ที่จะได้รับความช่วยเหลือ
“ถ้าจะให้ผมแนะรัฐบาลนะครับ ดีที่สุดตอนนี้ก็คือว่าไปใช้เงินของญี่ปุ่น ถ้าจะใช้เงินงบประมาณหรือว่าจะต้องโอนไปท้องถิ่นผมว่าใช้เวลานานเกินไป จะวุ่นวายพอสมควร ส่วนเรื่องความช่วยเหลือของไจก้านั้นผมเข้าใจว่าอาจมีเงินช่วยเหลือให้เปล่า อาจผสมกับการกู้ ผมไม่แน่ใจ แต่ผมว่าน่าจะลองดูตัวนี้ เจรจากันให้ครบก่อน เพราะเรื่องนี้ยืดเยื้อมาพอสมควร และผมอยากให้มีคำตอบตรงนี้โดยเร็ว”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
สำหรับแนวคิดเรื่องการบริหารจัดการน้ำของกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ นำโดย ดร.โกร่ง วีรพงษ์ รามางกูร ที่ระบุว่าควรจัดตั้งองค์กรบริหารภัยพิบัติแบบอิสระ เป็นองค์การมหาชนนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องดีที่จะมีหน่วยงานในการประสานงาน หรือดูให้มีความเป็นเอกภาพ แต่ก็ต้องดูในรายละเอียดด้วยว่าในที่สุดแล้วจะจบอย่างไร ซึ่งแนวทางในเรื่ององค์การมหาชนนั้น ก็จะเป็นแนวทางหนึ่งที่คิดว่าจะเป็นคำตอบได้







