
มทภ.4ยันเหยื่อปะทะ4ศพ พร้อมให้ความเป็นธรรม
เมื่อเวลาประมาณ 20.50 น. วันที่ 29 ม.ค. กลุ่มคนร้ายยิงกระสุนเอ็ม 79 จำนวน 3 ลูกเข้าใส่ฐานปฏิบัติการร้อย ทพ.4302
เมื่อเวลาประมาณ 20.50 น. วันที่ 29 ม.ค. กลุ่มคนร้ายยิงกระสุนเอ็ม 79 จำนวน 3 ลูกเข้าใส่ฐานปฏิบัติการร้อย ทพ.4302
ที่บ้านน้ำดำ หมู่ 3 ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จากนั้นเกิดการยิงต่อสู้พร้อมไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่หลบหนี ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย
หลังจากนั้นได้เกิดการยิงปะทะกันขึ้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตภายในรถ 4 คน ได้รับบาดเจ็บ 5 คน ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอาวุธปืน AK47 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก ได้ภายในรถคันดังกล่าว แต่ญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บยืนยันว่าทั้งหมดเป็นผู้บริสุทธิ์
พล.ต.อัคร ทิพโรจน์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ยิงกระสุนเอ็ม 79 เข้าใส่ฐานปฏิบัติการของหน่วยทหารพรานที่ 4302 ตกภายในฐานจำนวน 1 ลูก ตกนอกฐาน 2 ลูก ซึ่งหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทหารได้พบคนร้ายวิ่งขึ้นรถยนต์กระบะเพื่อหลบหนี จึงได้แจ้งวิทยุสกัดรถคันดังกล่าว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังออกสกัดกั้นเส้นทางหลบหนีของคนร้ายที่บริเวณหมู่ 1 บ้านกาหยี ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี พบรถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าววิ่งมา หมายเลขทะเบียน บท 3105 ปัตตานี โดยมีรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน วิ่งประกบด้านข้าง จึงได้เรียกให้จอดเพื่อตรวจสอบ แต่ทั้งหมดได้จอดรถห่างจากเจ้าหน้าที่ โดยรถจักรยานยนต์ได้กลับรถพร้อมขับหลบหนีไป ส่วนรถยนต์กระบะได้ถอยรถออกห่างจากจุดสกัดของเจ้าหน้าที่อย่างเร่งรีบจนตกลงไปอยู่ในคูน้ำริมถนน
“เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกให้บุคคลในรถทั้งหมดแสดงตัวกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบ โดยใช้รถยนต์หุ้มเกราะรีวา วิ่งเข้าไปที่หน้ารถคันดังกล่าว แต่หนึ่งในชาวบ้านที่อยู่ในรถได้ใช้อาวุธปืนยิงออกมา เจ้าหน้าที่ซึ่งล้อมอยู่ก็ได้ระดมยิงใส่รถคันดังกล่าวทันที ซึ่งหลังจากสิ้นเสียงปืน เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ พบว่ามีผู้เสียชีวิต 4 คน และบาดเจ็บดังกล่าว” พล.ต.อัคร กล่าว
นอกจากนี้ ยังพบอาวุธปืนอยู่ในรถดังกล่าวจำนวน 2 กระบอก ส่วนผู้เสียชีวิตทั้งหมดเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่สรุปว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อเหตุหรือไม่ ซึ่งจะต้องดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และตรวจสอบเขม่าดินปืน อย่างไรก็ตามทางด้าน พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาค 4 ยินดีให้ความช่วยเหลือและให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกราย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่พบปะทำความเข้าใจกับญาติของผู้เสียชีวิตทั้งหมดรวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด ซึ่งจะต้องรอผลจากการตรวจพิสูจน์ที่จะสามารถยืนยันได้ว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุหรือไม่ แต่ในเบื้องต้นกลุ่มผู้ที่เสียชีวิตอาจจะถูกคนร้ายใช้เป็นโล่มนุษย์ในการหลบหนีและก่อเหตุ







