
เมียตร.เหยื่อเมาแล้วขับร้อง1ปีเยียวยาไม่คืบ
ภรรยาตำรวจ เหยื่อเมาแล้วขับ ร้อง "เฉลิม" ทวงสิทธิเยียวยา หลังสามีถูกคนเมาขับรถชนตายนานนับปีแต่ไร้ความคืบหน้า
ภรรยาตำรวจ เหยื่อเมาแล้วขับ ร้อง "เฉลิม" ทวงสิทธิเยียวยา หลังสามีถูกคนเมาขับรถชนตายนานนับปีแต่ไร้ความคืบหน้า
เมื่อวันที่ 30 ม.ค. เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กว่า 40 คน พร้อมด้วย นางสาวดวงใจ ไกรชมสม ภรรยาและลูกชาย ส.ต.ท.ดำเนินสิน ไกรชมสม ผบ.หมู่ ป.สน.บางเสาธง ซึ่งเสียชีวิตในเครื่องแบบจากสาเหตุคนเมาขับรถเก๋ง พุ่งเข้าชนระหว่างปฏิบัติหน้าที่ บริเวณถนนราชพฤกษ์ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพ เมื่อกลางดึกของวันที่ 7 ก.ย.2553 ได้เข้าร้องเรียน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อขอให้มีมาตรการและระเบียบที่ชัดเจนในการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาทั้งที่คดีผ่านมานานกว่า 1 ปี แล้ว ทั้งนี้ นายสุชาติ ลายน้ำเงิน รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองเป็นผู้รับเรื่องแทน
น.ส.ดวงใจกล่าวว่า ขณะนี้ชีวิตค่อนข้างลำบากต้องขายเสื้อผ้าเลี้ยงลูกชายอายุขวบกว่าๆ รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่ายในครอบครัว ขณะที่การดูแลในเรื่องสวัสดิการต่างๆ ของสามีก็ยังไม่มีความชัดเจน ก่อนหน้านี้เคยเข้าไปสอบถามความคืบหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใน สตช. แต่กลับได้รับคำชี้แจงว่าสามีของตนอาจจะไม่เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับสิทธิ เพราะไม่ได้เสียชีวิตถึงขั้นรุนแรง เช่น ถูกยิงในคดียาเสพติด หรือปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเมื่อได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกท้อใจ ทั้งที่ภายหลังจากสามีเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ออกมายืนยันชัดเจนว่าจะดูแลเรื่องของสวัสดิการ การเลื่อนขั้น และหากลูกชายที่คลอดออกมาต้องการรับราชการก็จะพิจารณาให้ด้วย
ด้านนายจะเด็จ เชาวน์วิไล ที่ปรึกษาเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวว่า การสร้างบรรทัดฐานให้กับเจ้าหน้าที่อย่างเป็นธรรม จะสามารถสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ระหว่างปฏิบัติงานได้ หากกรณีชัดเจนขนาดนี้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่คงจะเสียขวัญอย่างมากทีเดียว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้มีอำนาจจะทำให้เกิดการช่วยเหลือที่ชัดเจน
ขณะที่ นายสุชาติ กล่าวภายหลังรับเรื่องว่า ตนจะนำเรื่องนี้ชี้แจงให้ร.ต.อ.เฉลิม รับทราบต่อไป รวมทั้งนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการตำรวจ (กตร.) เพื่อพิจารณา ซึ่งรับปากว่าจะเร่งดำเนินการ รื้อเรื่องนี้ขึ้นมาใหม่เพื่อให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่







