
ฝนถล่มยางใต้ลด40%ดันราคาพุ่ง
ฝนถล่มทำยางภาคใต้หายจากตลาด 40% ชาวสวนมั่นใจราคาพุ่งถึง 130 บาท
ฝนถล่มทำยางภาคใต้หายจากตลาด 40% ชาวสวนมั่นใจราคาพุ่งถึง 130 บาท
นายวัน เผือกนุช เครือข่ายชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (ชสยท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ผลผลิตยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ตอนบนหายไปกว่า 40% จากปัญหาหน้ายางเสีย ดินฟ้าอากาศไม่อำนวย อีกทั้งถึงช่วงยางผลัดใบ ต้นยางจะไม่มีน้ำยางไปจนถึงเดือน พ.ค. ขณะที่ยางในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างก็ยังไม่สามารถกรีดได้ เนื่องจากฝนตกมายาวนานหลายเดือน ส่งผลให้ยางขาดตลาดและขณะนี้ราคาพุ่งสูงขึ้นถึงกิโลกรัมละ 115 บาท
นายวัน กล่าวว่า มั่นใจว่าจากนี้ไปจนถึงเดือน พ.ค. ราคายางแผ่นรมควันจะมีราคาสูงขึ้นไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 130 บาท อย่างแน่นอน จากการที่พ่อค้าจะแข่งขันกันเข้าซื้อ
“ขณะนี้สต๊อกยางพาราในมือเจ้าของสวนยางเหลือน้อยมากรายละไม่ถึง 50 กิโลกรัม จึงไม่สามารถเก็บไว้รอให้ราคาขยับขึ้นมาแล้วค่อยขายได้ ขณะที่กลุ่มพ่อค้าและโรงงานยางทราบสถานการณ์ดีว่ายางจะขาดแคลน จึงมีการเร่งกว้านซื้อมาเก็บไว้” นายวัน กล่าว
ทั้งนี้ ราคารับซื้อน้ำยางสดขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 112-115 บาท ขยับขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ราคากิโลกรัมละไม่ถึง 100 บาท
ด้านสำนักงานตลาดกลางยางพาราสงขลาวิเคราะห์ว่า ราคายางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควันที่ขยับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เพราะมีปัจจัยหนุนจากอุปทานยางออกสู่ตลาดน้อย มีฝนตกหนักในพื้นที่ และใกล้เข้าสู่ฤดูยางผลัดใบ ทำให้ผู้ส่งออกบางรายเร่งซื้อยางเพื่อป้อนโรงงาน เพราะกลัวจะขาดแคลนยาง อีกทั้งมีแรงหนุนจากมาตรการการแทรกแซงตลาดของภาครัฐ
ทั้งนี้ ปัจจัยสภาพอากาศที่มีผลกระทบต่อน้ำยาง ทำให้เกษตรกรสวนยางให้ความสนใจติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างมาก เนื่องจากมีอิทธิพลต่อการประกอบอาชีพ หากฝนตกก็ไม่สามารถกรีดได้ และหากกรีดไปแล้วเกิดฝนตกลงมาก็จะได้รับความเสียหาย ซึ่งที่ผ่านมาชาวสวนยางพาราเมื่อกรีดเสร็จแล้ว ยังไม่ได้เก็บเกิดฝนตกใส่จนเกิดความเสียในที่สุด







