
ยุทธศักดิ์ปัดทหารยิงมั่ว4ศพที่ปัตตานี
"ยุทธศักดิ์"ปัดทหารยิงมั่ว4ศพหลังเหตุถล่มฐานที่มั่นอ.หนองจิกชี้ในกระบะพบอาวุธอื้อเชื่อไม่ได้ไปละหมาด
"ยุทธศักดิ์"ปัดทหารยิงมั่ว4ศพหลังเหตุถล่มฐานที่มั่นอ.หนองจิกชี้ในกระบะพบอาวุธอื้อเชื่อไม่ได้ไปละหมาด
พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้ยิงประชาชน กรณีเหตุยิงถล่มฐานทหารพรานที่ 4302 ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เท่าที่ได้รับรายงาน มีรถกระบะ และรถจักรยานยนต์ ซึ่งรถจักรยานยนต์มี เอ็ม 79 ที่ไปยิงใส่ฐานทหารพราน แต่รถกระบะหนีไม่พ้นตกถนน ทหารพรานที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บจึงปิดล้อมรถกระบะเพราะรู้ว่าในรถคันนั้นมีอาวุธหลายอย่าง และจำนวนมาก และมีเด็กหนุ่มๆ ทั้งนั้น พบว่ามีผู้เสียชีวิต 4 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่มีอาวุธหลายประเภท ซึ่งกำลังตรวจสอบอยู่ แล้วจะรายงานให้ทราบต่อไป อีกทั้งยังไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มใด
ส่วนที่มีชาวบ้านแย้งว่ารถกระบะคันดังกล่าว กำลังขนชาวบ้านไปทำพิธีทางศาสนา นั่นคือข้ออ้าง ถ้าจะไปทำพิธีกรรมแล้วทำไมถึงมีอาวุธอยู่ในรถ ถ้าประชาชนที่จะไปทำละหมาด ก็ไม่ควรมีอาวุธสงครามมากขนาดนั้น และไม่จำเป็นที่จะต้องหนีจนกระทั่งตกถนน ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเหตุที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง จากการที่ฐานทหารพรานถูกถล่มยิงด้วยเอ็ม 79 ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ และคงจะได้มีการรายงานเพิ่มเติมเข้ามา
"เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ และไม่เชื่อว่าเป็นชาวบ้าน เพราะมันเกิดขึ้นหลังจากที่หน่วยทหารพรานถูกยิง" พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว
มทภ.4พร้อมให้ความเป็นธรรม
พล.ต.อัคร ทิพโรจน์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่มีการสรุปว่า ผู้เสียชีวิตจำนวน4ศพในรถกระบะเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อเหตุหรือไม่ ต้องดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ และตรวจสอบเขม่าดินปืน ทางพล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ยินดีให้ความช่วยเหลือและให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกราย
หลังเกิดเหตุก็ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ พบปะทำความเข้าใจกับญาติของผู้เสียชีวิตทั้งหมด รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด ซึ่งทั้งหมดก็จะต้องรอผลจากการตรวจพิสูจน์ ที่จะสามารถยืนยันได้ว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวจะเกี่ยวข้องกับกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุหรือไม่
แต่อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นกลุ่มคนที่เสียชีวิตอาจจะถูกคนร้ายใช้เป็นโล่ห์มนุษย์ในการหลบหนีและก่อเหตุ ทั้งนี้ในพื้นที่เกิดเหตุก็จะมีกลุ่มของนายมะซอเร ดือรามัน และนายลุกมัน อุสตาแซะ เป็นแกนนำก่อเหตุรุนแรงที่มีอิทธิพลอยู่ในพื้นที่
คนเจ็บเผยนาทีรอดยังไม่รู้ใครยิง
ส่วนผู้บาดเจ็บเจ้าหน้าที่ได้มีการส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลปัตตานี จำนวน 3 รายทั้งหมดอาการดีขึ้น แต่ยังต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหมออย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย 1.ด.ช.มะลูดิง แวกือจิ อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/3 ม.1 ต. ต.ปูโละปูโย ถูกยิงเข้าที่แขนขวา หัก อยู่ห้องผ่าตัด 2. นายมะแอ ดอเลาะ อายุ 74ปี ถูกยิงที่ขา 3 นายซอบรี บือราเฮง อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 131 และนายยา ดือราแม อายุ 58 ปี ตำแหน่งคอเต็บมัสยิดบ้านกาหยี อยู่บ้านเลขที่ 93/2 ม.1 ต.ปูโละปูโย มีบาดแผลถูกกระสุนปืนเฉี่ยวหมออนุญาตให้กลับพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว
นายมะลู ดิง แวกะจิ อายุ 15 ปี หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า ช่วงเวลาดังกล่าวก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนและเสียงคล้ายลูกระเบิดดังขึ้นฝั่งตรงข้ามของหมู่บ้านจากนั้นหลังเสร็จจากทำละหมาดอีซาที่มัสยิดในหมู่บ้าน นายยา ดือราแมได้ชวนไปช่วยทำละหมาดศพที่บ้านทุ่งโพธิ์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งมันมืดมากได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้บอกเป็นภาษาไทยให้หยุดรถทันที ในระหว่างที่รถได้ชะลอความเร็วได้เกิดเสียงปืนดังขึ้นไม่รู้ทิศทางมาจากไหน จึงได้กระโดหนีหลบที่ใต้รถกลับถูกยิงเข้าที่แขนขวา 1 นัด จากนั้นจึงได้พยายามหลบหนีเข้าป่า แต่กลับถูกยิงไล่ตามหลังเป็นชุดใหญ่แต่โชคดีกระสุนพลาด แล้วเข้าไปหลบอาศัยบ้านชาวบ้าน
ตอนนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนยิงผมและช่วงที่คนร้ายดักยิงนั้นเราไม่ได้มียิงตอบสู้กับคนร้ายแต่อย่างใดเพราะเราไม่มีอาวุธปืนแม้สักกระบอกเดียวจึงได้แต่วิ่งหนีตายอย่างเดียว ผมไม่รู้จริงๆว่าทำไมเขาต้องมายิงผมเพราะผมจะไปช่วยละหมาดคนตาย
ทั้งนี้ เหตุดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจแก่ชาวบ้านมาก มีการวิพากวิจารณ์ต่างๆ นาๆ บอกว่าเจ้าหน้าที่กระทำเกินกว่าเหตุและกล่าวหาซ้ำว่าชาวบ้านเป็นคนร้ายอีกด้วย
สำหรับศพผู้เสียชีวิต 4 ราย ญาติได้มารับศพและนำกลับไปการประกอบพิธีฝังศพทางศาสนาอิสลามที่สุสานบ้านตันหยงบูโละวันนี้ โดยมีการฝังศพรวมกัน 4 คน ประกอบด้วย 1.นายรอปา บือราเฮง อายุ 18 ปี (ลูกอีหม่าม) อยู่บ้านเลขที่ 37/2 ม.1 บ้านกาหยี 2.นายอัสมัน ดือราแม อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 ม.1 บ้านกาหยี 3. นายสาหะ สาแม อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93/2 ม.1 บ้านกาหยี 4. นายหะมะ สะนิ อายุ 65ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 ม.1 บ้านกาหยี สภาพศพทั้งหมดถูกยิงเข้าที่ด้านหลัง ลำตัว ศรีษะ เป็นแผลฉกรรณ์ เลือดท่วมร่าง







