
ข้าวแกงแพงหูฉี่
รัฐบาลเร่งเดินหน้านโยบายเพิ่มเงินในกระเป๋าของผู้ที่มีรายได้น้อย
รัฐบาลเร่งเดินหน้านโยบายเพิ่มเงินในกระเป๋าของผู้ที่มีรายได้น้อย
ทั้งการปรับขึ้นเงินเดือนของผู้ที่จบปริญญาตรี เป็น 1.5 หมื่นบาท และเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท ขณะเดียวกันก็ยังดูแลความเดือดร้อนของนักธุรกิจ รวมถึงผู้ประกอบการในเรื่องราคาพลังงาน และราคาสินค้าหลายๆ ตัว เช่น ราคาเหล็กเส้น
แต่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับไม่สนใจดูแลกลุ่มคนที่มีรายได้ปานกลาง หรือผู้ที่มีรายได้ประจำ เช่น พนักงานบริษัทเอกชน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ คงปล่อยให้ต้องจับจ่ายเงินในการซื้อสินค้าในราคาที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะราคาอาหาร ท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบสำคัญๆ ในการผลิตสินค้าลดลงมากแล้วก็ตาม
ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ไม่เคยพยายามควบคุมราคาสินค้าให้เป็นธรรมแก่ผู้บริโภคอย่างแท้จริงได้เลย เป็นเพราะการทำงานของรัฐมนตรีแต่ละคน รวมถึงข้าราชการระดับผู้บริหาร ต่างทำงานแบบ “ผักชีโรยหน้า” ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโทรทัศน์ เดินตลาดสด หรือห้างสรรพสินค้า เพื่อตรวจสอบคุณภาพและราคาสินค้าเท่านั้น
แต่ไม่เคยลงลึกในรายละเอียด ไม่เคยกินข้าวราดแกงหรืออาหารตามสั่งเลยหรือ ตอนนี้ราคายังสูงถึง 30-40 บาท เท่ากับช่วงที่ประเทศไทยเผชิญกับมหาอุทกภัย สินค้าประเภทผัก ไข่ เนื้อสัตว์ ขาดแคลนและราคาปรับตัวขึ้นไปสูงมาก แต่เวลานี้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และสินค้าบางประเภท เช่น ไข่ไก่ ยังถูกลงกว่าที่แล้วมา แต่ราคาข้าวแกงยังแพงเหมือนเดิม
กระทรวงพาณิชย์ที่รับผิดชอบเรื่องราคาสินค้าโดยตรงไปอยู่ที่ไหน จึงไม่รับรู้ถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านบ้างเลยหรือ และแม้ว่าจะได้รับการร้องเรียนเรื่องข้าวแกงแพง แต่เชื่อว่าในที่สุดก็คงจะแก้ปัญหานี้ไม่ได้ คงปล่อยให้การร้องเรียนเงียบหายไปกับสายลม แสงแดด
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ เข้ามารับตำแหน่งแล้ว อยากเห็นผลงานชิ้นโบแดงของ รมว.พาณิชย์คนใหม่ ลงมือแก้ปัญหาราคาสินค้าสูงเกินความจริงเป็นเรื่องแรก และขอให้สำเร็จเสียที เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาวให้ราคาขึ้นและลงสอดรับกับต้นทุนในแต่ละขณะ
กระทรวงพาณิชย์มีต้นทุนวัตถุดิบทุกอย่างอยู่ในมือแล้ว และเห็นว่าหลายตัวมีราคาลดลงมาก ก็น่าจะทำให้ราคาอาหารตามสั่งหรือข้าวราดแกงถูกลงบ้าง ก่อนน้ำท่วมใหญ่ยังอยู่แถวจานละ 25-30 บาทเลย
ทำไมไม่ใช้ดาบที่มีอยู่ในมือมาแก้ไขปัญหาเยียวยาความเดือดร้อนของคนที่มีรายได้ประจำและผู้มีรายได้ระดับกลางลงซะบ้าง และอยากให้กระทรวงพาณิชย์ยุคใหม่ คิดใหม่และทำใหม่ ไม่ใช่สักแต่ใช้ยาสามัญประจำบ้าน “ธงฟ้า” เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะไม่สามารถลดราคาสินค้าในตลาดลงได้เลย คงปล่อยให้ผู้มีรายได้ประจำต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารแพง ในขณะที่ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารรายใหญ่รายหนึ่งของโลกก็ตาม







