
ประชาสับแหลกนิติราษฎร์-ซัดสร้างแตกแยก
"ประชา"จวกเละ "นิติราษฎร์" ทำบ้านเมืองแตกแยก มีวาระแฝงรับจ๊อบก่อเงื่อนไขปลุกทหารปฏิวัติ ขู่หากไม่หยุดเจอคลื่นมหาชนแน่
"ประชา"จวกเละ "นิติราษฎร์" ทำบ้านเมืองแตกแยก มีวาระแฝงรับจ๊อบก่อเงื่อนไขปลุกทหารปฏิวัติ ขู่หากไม่หยุดเจอคลื่นมหาชนแน่
นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของคณะนิติราษฎร์ต้องบอกว่าท่าดีทีเหลว ทำไปทำมากลับมุ่งเพียงการแก้ไขเนื้อหาที่เกี่ยวกับสถาบัน สร้างความแตกแยกให้เพิ่มขึ้นในบ้านเมือง ทั้งๆ ที่กำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี
"ข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์นั้นสร้างผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างมาก ไม่มีเหตุไม่มีผลที่รับฟังได้ ความจริงมีเรื่องอื่น มาตราอื่นๆ ที่สมควรแก้มากมาย แต่น่าแปลกว่าคณาจารย์กลุ่มนี้กลับไม่เอาสมองไปคิด แต่ขอยืนยันย้ำว่าคณะนิติราษฎร์ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล และพรรคเพื่อไทย หรือแม้แต่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งเราก็ได้ประกาศจุดยืนไปแล้วว่าจะไม่แตะต้องเรื่องดังกล่าว"นายประชากล่าว
นายประชากล่าวอีกว่า น่าสงสัยถึงเจตนาในการเสนอแก้ไขกฎหมายของคณะนิติราษฎร์ว่าไปรับจ๊อบ รับงานอะไรที่มีวาระแอบแฝงมาหรือไม่ นักวิชาการกลุ่มนี้เป็นนักวิชาการเอียงซ้าย หรือเอียงขวากันแน่ บ้านเมืองกำลังเข้าร่องเข้ารอย แต่คุณกำลังปลุกทหารมาปฏิวัติหรือเปล่า
ทั้งนี้ขอให้พี่น้องประชาชน รวมทั้งลูกศิษย์ของนักวิชาการกลุ่มนี้ออกมาต่อต้านกันเยอะๆ เชื่อว่าถ้าคณะนิติราษฎร์ยังไม่หยุด จะเจอคลื่นมหาชนแน่ ขอร้องว่าอย่าสร้างเงื่อนไขการเมืองให้ถึงทางตัน เปิดโอกาสให้ฝ่ายล้มล้างรัฐบาลออกมาอีกรอบ
"ผมขอเตือนคณะนิติราษฎร์ให้ระวังไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ตอนบ้านเมืองเกิดวิกฤตพวกคุณไม่เคยออกมา หายหัวหมด วันนี้ออกมาเหมือนอยู่เมืองไทยไม่สงบสุขหรืออย่างไร"นายประชากล่าว
ด้าน นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มการเมืองสีเขียว (กลุ่มกรีน) กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มนิติราษฎร์มีความสงสัยว่าเหตุใดกลุ่มนิติราษฎร์จึงยังดึงดันเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องทั้งที่พรรคที่มี ส.ส.จำนวนมากทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทยมีมติว่าจะไม่แก้ไขมาตรานี้
"ขณะนี้บทบาทของนิติราษฎร์เลยสถานะความเป็นนักวิชาการไปแล้ว ผมไม่เข้าใจว่ากำลังเล่นบทบาทอะไรอยู่ หากอยากเป็นปัญญาชนสาธารณะควรคำนึงว่าบทบาทไม่ควรนำไปสู่ความแตกแยก"นายสุริยะใส กล่าว
นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาบรรดานักวิชาการที่ไปร่วมลงชื่อในคณะกรรมการรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 อาทิ นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ได้ออกมาพูดชัดเจนแล้วว่าแม้จะเห็นด้วยกับหลักการแก้ไขมาตรา 112 แต่ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปสถาบัน ดังนั้นจะเห็นว่าจุดยืนของกลุ่มนิติราษฎร์ ไปไกลเกินกว่าการแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งนักวิชาการกลุ่มนี้ควรทบทวนตัวเอง







