posttoday
รื้อ ม.112 เขย่าสังคมแตกแยก

รื้อ ม.112 เขย่าสังคมแตกแยก

29 มกราคม 2555

หลากหลายประเด็นร้อนในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

หลากหลายประเด็นร้อนในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

ประเด็นที่เข้มข้นและท้าทายความคิดของสังคมไทยให้ร่วมกันถกเถียงมากที่สุด หนีไม่พ้นเรื่องการแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาตรา 112 ของกลุ่มนิติราษฎร์

การเคลื่อนไหวของกลุ่มนิติราษฎร์ที่เดินหน้าผลักดันให้มีการแก้ไขมาตรา 112 มีจุดเริ่มต้นที่น่ารับฟังและชวนให้ตรึกตรองในเบื้องแรก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการกำหนดบทลงโทษที่ค่อนข้างรุนแรงและอาจเป็นเหตุให้มีการกลั่นแกล้งในทางการเมือง แต่เมื่อข้อเรียกร้องต่างๆ เริ่มบานปลายไม่มีที่สิ้นสุด ถึงขั้นเสนอให้พระมหากษัตริย์ต้องสาบานตนต่อรัฐสภาและห้ามมีพระราชดำรัสต่อสาธารณะ ทำให้เกิดกระแสต้านตีกลับมายังกลุ่มนิติราษฎร์เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ

ข้อเรียกร้องของกลุ่มนิติราษฎร์ที่เร่งร้อนและรุกเร้าสถาบันเบื้องสูง สร้างความสะเทือนใจระคายเคืองให้กับบรรดาพสกนิกรที่มีความจงรักภักดีแทบทุกหมู่เหล่า จนมีการตบเท้าดาหน้าออกมาแสดงพลังต่อต้านการเคลื่อนไหวของคณะผู้ก่อการกลุ่มนิติราษฎร์

เมื่อความอดทนถึงขีดสุด นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมการสถาบันพระปกเกล้า จึงได้ปล่อยหมัดตรงเข้าปลายคางนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ แกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ โดยโพสต์ข้อความผ่านเว็บไซต์เฟซบุ๊กว่า ก่อนจะแก้รัฐธรรมนูญ ควรแก้ข้อบังคับทุนอานันทมหิดลให้ผู้รับทุนสาบานว่า จะไม่เนรคุณและไม่ทรยศต่อพระมหากษัตริย์ผู้พระราชทานทุน ซึ่งง่ายกว่าข้อเสนอยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของกลุ่มนิติราษฎร์

เช่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ระบุว่า กลุ่มนักวิชาการที่เคลื่อนไหวให้แก้ไขมาตรา 112 เป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น ซึ่งนักวิชาการส่วนใหญ่กว่า 90% ยังรักและเทิดทูนสถาบัน จึงอยากขอให้กลับไปทบทวนว่า ตลอดระยะเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์มาจนมีพระชนมพรรษา 84 พรรษา แต่นักวิชาการอายุเพียงแค่ 3040 ปี เคยได้ทำคุณประโยชน์อะไรให้แก่แผ่นดินบ้างหรือไม่

รื้อ ม.112 เขย่าสังคมแตกแยก

 

ความพยายามของกลุ่มนิติราษฎร์เริ่มถูกต้านหนักขึ้นเรื่อยๆ และสร้างความไม่สบายใจให้กับผู้ที่ถูกอ้างอิงรายชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงนามสนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 โดยนายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล อดีตผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลา และอดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า การลงนามดังกล่าวเป็นเพียงความเห็นทางวิชาการเท่านั้น มิใช่การเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยมีผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือขอร้องให้ลงนาม ซึ่งได้พิจารณาแล้วว่าข้อเสนอดังกล่าวอยู่ในกรอบของการปฏิรูปกฎหมาย มีเนื้อหากลางๆ ที่ยังคงมีจุดหมายในการพิทักษ์รักษาสถาบันสำคัญของชาติ

นอกจากนี้ นายเสกสรรค์ยังระบุด้วยว่า ไม่ได้มีส่วนเป็นแกนนำในการรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 และขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มนิติราษฎร์แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ข้อเรียกร้องของกลุ่มนิติราษฎร์เป็นความท้าทายต่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทยโดยตรงว่าจะยอมสานต่ออุดมการณ์เดียวกันนี้หรือไม่ แต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับที่ดีจากเพื่อไทย เพราะเกรงจะถูกฉุดลากลงเหวด้วยกันทั้งคู่ โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้ที่เพิ่งขึ้นเสวยอำนาจได้เพียงแค่ไม่กี่เดือนและมีภารกิจสำคัญคือพา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับบ้าน ฉะนั้นจึงต้องแสดงท่าทีขึงขังต่อไปเพื่อยืดอายุรัฐบาล

สุดท้ายแล้ว พรรคเพื่อไทยที่ถูกตั้งความหวังว่าจะเป็นหัวหอกในการผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ต้องรีบชี้แจงปฏิเสธพัลวันถึงจุดยืนของพรรคว่าไม่เคยคิดที่จะแตะต้องมาตรา 112 อย่างเด็ดขาด

แถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 27 ม.ค. ลงนามโดยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้พยายามแสดงท่าทีว่าทางพรรคมีความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างถึงที่สุด โดยพรรคยังคงยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

สอดรับกับคำแถลงของนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ออกมาชี้แจงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ มีความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้ และยืนยันว่าไม่มีแนวคิดที่จะแก้ไขมาตรา 112 อีกทั้งที่ผ่านมายังไม่เคยกล่าวร้ายสถาบันเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินแต่อย่างใด

แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามปัดสวะพ้นตัว แต่หน้าตาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดนี้ก็ยังเป็นที่กังขา โดยเฉพาะรายชื่อสองรัฐมนตรีสายล่อฟ้า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนางนลินี ทวีสิน รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ตกเป็นเป้าโจมตีตั้งแต่ยังไม่ทันเข้ารับตำแหน่ง ทำให้ทั้งคู่ต้องรีบแถลงการณ์ชี้แจงและขอโอกาสทำงานพิสูจน์ตัวเอง

อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 23 ม.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้นำรัฐมนตรีที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรวม 16 คน เข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนเข้ารับหน้าที่ใหม่ ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสต่อ ครม. ตอนหนึ่งว่า ผู้เป็นรัฐมนตรีที่ได้มากล่าวคำปฏิญาณ ขอให้ได้รักษาความสัตย์นี้ด้วยความเคร่งครัด ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต สมดังที่ได้เป็นรัฐมนตรีผู้ที่ปฏิญาณตนอย่างเข้มแข็ง

ก่อนที่จะรอพิสูจน์ผลงานรัฐมนตรีแต่ละคนว่าจะมีความซื่อสัตย์สุจริตในหน้าที่จริงหรือไม่ ล่าสุดมีความคืบหน้าคดีของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีร่ำรวยผิดปกติ โดยยืนยันว่าจำนวนเงินที่ถูกปล้นไปมีเพียง 5 ล้านบาทเท่านั้น ส่วนเจ้าหน้าที่จะสอบสวนเชิงลึกต่อไป

ฝันร้ายจากมหาอุทกภัยนอกจากจะตามหลอกหลอนนายสุพจน์เมื่อครั้งที่ถูกโจรปล้นบ้านแล้ว คนไทยทั้งประเทศก็หนีไม่พ้นอาการหวาดผวาอีกแน่นอน เมื่อนายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ออกมาเปิดเผยอย่างหมดเปลือกว่า จากการเข้าร่วมงานกับรัฐบาลในฐานะเป็นกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ขณะนี้ยังไม่เห็นว่ารัฐบาลจะเตรียมแผนการระบายน้ำอย่างไร แต่กลับมีแผนเรื่องการใช้งบประมาณแล้ว ถ้ายังไม่มีแผนและไม่มีระบบเตือนภัย ปีหน้าน้ำจะท่วมอีกแน่นอน

แม้จะเริ่มเข้าสู่พุทธศักราชใหม่แล้ว แต่ความหายนะก็ยังอยู่เคียงคู่ประเทศไทยมาโดยตลอด ดังเช่นเหตุการณ์งามไส้จากการเฉลิมฉลองตรุษจีนกันอย่างเอิกเกริกที่ จ.สุพรรณบุรี บ้านเกิดของนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ท่ามกลางบรรยากาศฉากหลังสุดอลังการของมังกรยักษ์ตัวเขื่อง ได้เกิดเหตุพลุมฤตยูระเบิด มีผู้เสียชีวิตคาที่ 3 คน เสียชีวิตเพิ่มที่โรงพยาบาลอีก 1 คน รวมยอดผู้เสียชีวิต 4 คน มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกนับร้อย และมีผู้แจ้งความเสียหายของบ้านเรือนทั้งหมด 435 หลัง ขณะที่นายบรรหารมอบเงินเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุพลุระเบิดรายละ 5 หมื่นบาท  

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท