
สถานการณ์และความเคลื่อนไหวเศรษฐกิจกลุ่ม จีซีซี
....โครงการตะวันออกกลางพิเศษ (MIDESP)
เครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจของจีซีซีดูน่าประทับใจ การเกินดุลงบประมาณโดยเฉลี่ยคาดว่าจะถึง 35% ของจีดีพีในปี 2551 สินทรัพย์สุทธิต่างประเทศของจีซีซี คาดว่าจะขึ้นถึงเกือบ 2.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2551 นี้เช่นกัน แม้กระนั้นรายงานแซมบา กล่าวว่า ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงและท้าทายจำนวนมาก ที่เห็นชัดที่สุดก็คือ ภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งจะเกิน 10% ในปีนี้ นอกจากนั้นยังมีปัญหาคอขวดและความจำกัดที่เกี่ยวข้อง และความไม่แน่นอนที่มาจากการล่มสลายของตลาดการเงินนานาชาติ รวมทั้งความอ่อนแอของเศรษฐกิจโลกด้วย แม้ว่าไม่มีปัจจัยลบตัวไหนที่จะสามารถทำให้อนาคตเศรษฐกิจของภูมิภาคล้มลงได้ แต่ปัจจัยแต่ละตัวอาจสามารถทำลายบรรยากาศแวดล้อมทางธุรกิจ และเป็นตัวถ่วงรั้งการเติบโตได้หมด
ปัจจัยที่ผลักดันการขยายตัวของเศรษฐกิจของจีซีซีที่เด่นที่สุดก็คือภาวะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นตั้งแต่ปี 2545 ราคาน้ำมันโลกขยับสูงขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน ขึ้นถึง 138 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเมื่อวันศุกร์ที่ 26 ก.พ. มากกว่าสองเท่าของราคาที่ทำสถิติไว้ในช่วงเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว
ตามรายงานของแซมบา สินทรัพย์ต่างประเทศสุทธิของจีซีซีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อตอนสิ้นปี 2550 เพิ่มขึ้นกว่า 1,000ล้านเหรียญสหรัฐต่อวัน และคาดว่าจะเพิ่มเป็นสองเท่าภายในระยะเวลาสามปีขึ้นถึง 3.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในสิ้นปี 2553 นี้ และนับตั้งแต่ปี 2547 รัฐบาลจีซีซีได้เพิ่มการใช้จ่ายงบประมาณขึ้นอย่างมาก โดยมีค่าใช้จ่ายขยายตัวถึง 15% ต่อปีระหว่างปี 25472550 แต่กระนั้นรายได้ก็เพิ่มขึ้นอย่างมากด้วย ไต่ขึ้นถึง 27% ต่อปีในช่วงเดียวกันนี้ ทำให้มีงบเกินดุลอย่างมาก
สำหรับปี 2551 การเพิ่มขึ้นคาดว่าจะถึงกว่า 35% ของจีดีพีส่วนหนึ่งมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น การปรับขยายงบประมาณ การปรับปรุงบรรยากาศทางธุรกิจ และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานอย่างขนานใหญ่ในภูมิภาคจีซีซี เช่น ในเดือน พ.ค. มีการประกาศโครงการก่อสร้างในจีซีซี มูลค่าเกือบ 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งที่เป็นแผนและที่กำลังดำเนินการอยู่แล้ว
ภาคการก่อสร้างยังคงมีบทบาทสำคัญหลักต่อไป โดยมีโครงการมูลค่า 1.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งที่อยู่ในระยะวางแผนและที่กำลังดำเนินการอยู่แล้ว โดยมีตั้งแต่การสร้างเมืองทั้งเมือง ไปจนกระทั่งโครงการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์โดดๆ และโครงการก่อสร้างที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว รวมถึงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
น้ำมันและก๊าซเป็นภาคเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดลำดับถัดมา ประกอบด้วยโครงการมูลค่า 2.66 แสนล้านดอลลาร์ ทั้งแผนระดับภูมิภาคที่จะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบประมาณ 3 ล้านบาร์เรลต่อวันในอีก 5 ปีจากนี้ ยังรวมถึงโครงการปิโตรเคมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 1.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และโครงการสาธารณูปโภคและอุตสาหกรรมรวมกันมูลค่าประมาณ 1.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐอีกด้วย เฉพาะยูเออีและซาอุดีอาระเบียรวมกันคิดเป็นประมาณ 70% ของมูลค่ารวมการลงทุนทั้งหมดในจีซีซี
การที่ภาคการก่อสร้างยังคงเป็นภาคเศรษฐกิจหลักในยูเออี สะท้อนว่าการขยายตัวของอสังหาริมทรัพย์และตลาดท่องเที่ยวในดูไบยังคงคึกคักอยู่ นอกจากนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ อาบูดาบียังมีแผนปรับขยายฐานการค้าและอสังหาริมทรัพย์ด้านที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอีก การขยายตัวอย่างคึกคักนี้ยังได้ช่วยเพิ่มจีดีพีต่อหัวขึ้นอย่างน่าสนใจ รายได้เฉลี่ยต่อหัวของจีซีซีเกือบถึง 3 หมื่นเหรียญสหรัฐ ในปี 2551 (อาหรับ นิวส์ 090608)







