
ปปง.สอบเส้นทางการเงินแก๊งค้ายาพันล.
กรมคุกพบพิรุธญาติเข้าเยี่ยม”พีระยุทธ์”ก่อนแดง เป็นต่อ ซัดทอด เผยพบคู่คดีเก่า 2 รายในเรือนจำเป็นญาติขุนส่า จู่โจมค้นพบสมุดบันทึกเบอร์โทร-โทรศัพท์
กรมคุกพบพิรุธญาติเข้าเยี่ยม”พีระยุทธ์”ก่อนแดง เป็นต่อ ซัดทอด เผยพบคู่คดีเก่า 2 รายในเรือนจำเป็นญาติขุนส่า จู่โจมค้นพบสมุดบันทึกเบอร์โทร-โทรศัพท์
พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ รักษาการแทนเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) กล่าวว่า ปปง.ได้รับการประสานจากตำรวจให้เข้าตรวจสอบทรัพย์สินของนายนิพนธ์ กันชาติ หรือ แดง เป็นต่อ ผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพร้อมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมถึงพ.ต.ปิยะณัฐ เจตน์จำรัส นายทหารสังกัดหน่วยทหารช่าง กองทัพภาคที่ 3 อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบเส้นทางการเงินของปปง.ต้องใช้เวลาสักระยะ ทำให้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าการตรวจสอบได้ข้อมูลและหลักฐานใดบ้าง
ขณะที่นายวิษณุ ประจงกิจ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง เปิดเผยถึงผลการเข้าตรวจค้นเรือนนอนนช.พีรยุทธ แพทย์สกล หรือตี๋ ผู้ต้องขังคดียาเสพติดที่ถูกซักทอดจากนช.นิพนธ์ โดยจากการซักถามนช.พีรยุทธระบุว่า รู้จักกับนช.นิพนธ์และพ.ต.ปิยะณัฐ จริงโดยพ.ต.ปิยะณัฐเคยเป็นลูกน้องเก่า แต่ปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจับกุมยาเสพติดที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุด ซึ่งตนยังไม่ปักใจเชื่อตามคำบอกเล่าและอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมรวมถึงบันทึกการเข้าเยี่ยมอย่างละเอียดเพราะพบว่าในช่วงก่อนเกิดเหตุได้มีญาตินช.พีรยุทธเข้าเยี่ยมหลายครั้ง เช่น เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 54 มีญาติจาก อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ วันที่ 30 ส.ค. 54 มี ญาติ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และ อ.บางน้ำเปรี้ยว และ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา วันที่ 20 มิ.ย.54 เป็นญาติจากเขต สะพานสูง กทม. และวันที่ 6 ม.ค. จากจ.สงขลา
นายวิษณุ กล่าวว่า นช.พีรยุทธมีคู่คดีเดียวกันที่อยู่ในเรือนจำอีก 2 คน คือนช.มนัส ศรีสุพรรณ และนช.ชาญณรงค์(มูเซอ) เกษมทัศน์ โดยก่อนหน้านี้ทั้ง 3 คนเคยถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง และย้ายมาคุมขังที่เรือนจำกลางบางขวางเมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2553 โดยแยกแดนขัง สำหรับผลการจู่โจมเรือนนอนของนช.นิพนธ์ไม่พบสิ่งผิดปกติในครั้งแรก แต่เมื่อตรวจค้นซ้ำอีกครั้งช่วงกลางจึงพบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องอยู่ในเรือนนอน จากนั้นได้นำกำลังเข้าตรวจค้นเรือนนอนของนช.มนัสจึงพบโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่อง แต่ไม่มีใครรับเป็นเจ้าของ ตนจึงสั่งการให้แยกนายมช.ไปขังเดี่ยวในแดนความมั่นคงสูง อย่างไรก็ตาม ได้ส่งมอบโทรศัพท์มือถือทั้ง 2 เครื่องให้กรมราชทัณฑ์นำไปตรวจสอบรายละเอียดการใช้งานเพื่อส่งให้ตำรวจนำไปขยายผลต่อ
และวันเดียวกันเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางบางขวางสามารถตรวจยึดสมุดบันทึกจากในเรือนนอนของนายพีรยุทธได้ 1 เล่ม โดยเนื้อหาในสมุดบันทึกมีรายละเอียดของเบอร์โทรศัพท์ติดต่อบุคคลภายนอกที่จะสามารถเชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายได้ ซึ่งตนได้มอบหลักฐานไปตรวจสอบแล้ว
ทั้งนี้นช.พีรยุทธซึ่งเป็นคู่คดีของน.ช.ชาญณรงค์ มูเซอ และนช.มนัส ศรีสุพรรณ ก่อนหน้านี้เคยถูกดีอีเอสหรัฐจับกุมและดำเนินคดีที่สหรัฐฯข้อหานำเข้ายาเสพติดและเพิ่งพ้นโทษ ต่อมาถูกดีเอสไอจับกุมและยึดทรัพย์ได้กว่า 100 ล้านบาท โดยน.ช.ชาญณรงค์มีประวัติเป็นเครือญาติของขุนส่า ราชายาเสพติดรายใหญ่ของโลก







