
สมิทธ สิ้นหวังแผนรับมือน้ำท่วม
สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
และกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) บรรยายพิเศษ หัวข้อ “ภัยพิบัติธรรมชาติและสถานการณ์ภัยพิบัติของโลกในอนาคต” ว่า กยน.ที่ตนเองเป็นกรรมการด้วยนั้น ไม่มีแผนงานเป็นรูปธรรม การอนุมัติงบประมาณ 3.5 แสนล้านบาท ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที ไม่มีข้อเสนอนักวิชาการอยู่ในแผนงาน
“การแถลงของนายกฯ ก่อนนี้ ก็ไม่เห็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการทำฟลัดเวย์ว่าจะเป็นจุดใด ที่ไหน ทางน้ำผ่านทางไหน ไปทางฝั่งตะวันออก ตะวันตก ผ่าน กทม.หรือไม่ หรือไปยังแม่น้ำบางปะกงก็ยังไม่เห็นแผน”
“เมื่อวันที่ 25 ม.ค. หัวหน้าฝ่ายของธนาคารโลก ก็ขอเข้าพบผมเพื่อสอบถามแผนงานของรัฐบาล ซึ่งได้ชี้แจงไปว่า ไม่ทราบแผนงานนี้เลย แต่เห็นว่าในอนาคตจะต้องประสบภัยน้ำท่วมอีกแน่นอน เพราะรัฐบาลยังไม่มีแผนงานระบายน้ำออกแม่น้ำท่าจีน หรือบางปะกง” สมิทธ กล่าว
สมิทธ กล่าวว่า การแก้ปัญหาระยะเร่งด่วนที่จะขุดลอก คู คลอง ซ่อมคันกั้นน้ำที่เสียหายแค่นั้นไม่พอ ถ้าน้ำเหมือนปี 2554 ก็จะท่วมอีก ปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านกรุงเทพมหานคร (กทม.) จะผันไปตรงไหน หากทำเพียงขุดลอก คูคลอง จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ กทม.และปริมณฑลได้ และก็คิดว่าการดำเนินการจะไม่ทันในฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงในปีนี้
“ในที่ประชุม กยน. มีการเสนอแนวทางการฟื้นฟูว่าควรทำอะไรบ้าง แต่นักการเมืองไม่ค่อยเชื่อนักวิชาการ กรมอุตุนิยมวิทยาก็คำนวณล่วงหน้าได้หลายเดือนตามที่ต้องการ แต่ว่าคำนวณไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะไม่มีหน่วยงานที่จะเอาไปใช้ การทำแผนงานจัดระบบข้อมูลและระบบการเตือนภัยที่ กยน.มอบหมายให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ดำเนินการให้แล้วเสร็จในเดือน มี.ค. ก็ประชุมเพียงครั้งเดียว”
“เราจะต้องประสบภัยน้ำท่วมอย่างแน่นอนในฤดูฝนข้างหน้าคล้ายๆ กับปีที่ผ่านมา หรือน้อยกว่าเล็กน้อยอย่างแน่นอน คือประมาณเดือน พ.ค. หรือ มิ.ย. ซึ่งขณะนี้ยังไม่เห็นแผนการเตรียมการว่ารัฐบาลมีการระบายน้ำอย่างไร ขณะที่ระดับน้ำในเขื่อนภูมิพลปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 90 ของความจุเขื่อน ซึ่งไม่ทราบว่าทำไมถึงต้องกักเก็บน้ำไว้ตั้งแต่ต้นฤดู” สมิทธ กล่าว







