
เรือนอนุรักษ์พืชลอยฟ้า (1)
น้ำท่วมใหญ่คราวนี้ไม่เพียงแต่จะทำลายแหล่งปลูกไม้ดอกไม้ใบในเขตการผลิตชานเมืองกรุงเทพฯ
น้ำท่วมใหญ่คราวนี้ไม่เพียงแต่จะทำลายแหล่งปลูกไม้ดอกไม้ใบในเขตการผลิตชานเมืองกรุงเทพฯ
โดย.. ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม
น้ำท่วมใหญ่คราวนี้ไม่เพียงแต่จะทำลายแหล่งปลูกไม้ดอกไม้ใบในเขตการผลิตชานเมืองกรุงเทพฯ เช่น นนทบุรี ฝั่งธนฯ และบางส่วนของนครปฐมเพียงเท่านั้น แม้แต่พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับที่มีค่าหายากของนักปลูกสะสมพันธุ์ไม้หลายต่อหลายคนก็ถูกทำลายล้มหายตายจากเพราะฤทธิ์น้ำท่วม น้ำบ่า น้ำขังยืดเยื้อ และน้ำเน่า ซึ่งพันธุ์ไม้ประดับขั้นสุดยอดที่หาได้ยากของบรรดานักเก็บสะสมส่วนตัวเหล่านี้ก็พลอยล่มไปด้วย บางคนที่ทำใจได้กล่าวว่า “มันเป็นอนิจจัง ของเกิดมาก็ดับสูญไปได้” นั่นก็ถูก เพราะใดๆ ในโลกล้วนอนิจจัง
แต่อีกมุมหนึ่ง ผู้เขียนกลับมีความคิดว่า แทนที่จะนั่งปลงอนิจจัง แต่ไม่ทำอะไรเลย เห็นจะไม่เป็นการโดยแท้ เพราะถึงอย่างไรโลกนี้ก็คงไม่ล่มไปทั้งหมดในเร็ววันหรอก เราควรใช้ปัญญาของเราหาทางป้องกันตัวเอง ทรัพย์สินของตนเอง ตลอดจนชีวิตของคนในครอบครัว และแม้แต่ชีวิตของพืชพันธุ์ไม้ที่เราหามาได้ด้วยความยากลำบาก ด้วยเหตุนี้จึงคิดจะเขียนเรื่องนี้ขึ้นเพื่อให้ทันการณ์กับภาวะน้ำท่วม ซึ่งไม่ช้าเกินรอคงจะมาเยือนชีวิตของคนไทยอีกอย่างแน่นอน
เมื่อผู้เขียนไปเที่ยวป่ามาเลเซียกับมิสเตอร์ตันเป๊กซิม และครอบครัว ตลอดจนเจ้าเนะ (ลูกสาว) และนักสะสมพันธุ์ไม้อีกสามสี่คน มิสเตอร์ตันกรุณาจัดเรืองล่องไพรขนาดกลางให้ พร้อมคนนำทาง คนครัว (กุ๊กทำปลาโดยเฉพาะ) เพื่อเข้าไปตกปลาและหาดูพืชพันธุ์ไม้ในบริเวณพื้นที่เก็บน้ำขนาดใหญ่กลางป่าทึบ ที่นั่นผู้เขียนสังเกตเห็นอาคารที่ทำการอุทยานซึ่งเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนขนาดใหญ่ แต่มีสร้างอยู่บนเสาคอนกรีตยกสูง เพื่อป้องกันอุทกภัยน้ำท่วม ซึ่งแน่นอนจะต้องเกิดขึ้นเป็นประจำ เมื่อรับน้ำฝนซึ่งตกมาไม่น้อยกว่า 2,000 มิลลิเมตรในแต่ละปี
นี่เป็นวิธีการที่ดีในการปกป้องตัวเองจากภาวะอุทกภัยซ้ำซาก เรือนโรงซึ่งยกขึ้นให้พ้นจากระดับน้ำสูงสุดซึ่งมาเยือนนั้น ควรจะถือเอาระดับน้ำท่วมสูงสุดของปี 2554 เป็นอย่างน้อย ซึ่งแน่นอนล่ะ คงจะต้องสร้างโรงเรือนให้สูงอย่างน้อย 3.5 เมตร โดยเสาที่ใช้ควรเป็นเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก เพราะมีความมั่นคงทนทานต่อน้ำท่วมขัง น้ำหลาก น้ำไหล ยกเว้นแต่จะมีซุงใหญ่ลงมาด้วย นั่นก็คงจะตัวใครตัวมันละครับ
แท้ที่จริงจุดประสงค์ของผู้เขียนอยากให้สร้างเรือนอนุรักษ์พืชลอยฟ้านี้ ไม่ว่าคุณจะมีบ้านอยู่ในกรุงเทพฯ ฝั่งธนฯ นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา หรือแม้แต่บางบัวทอง ซึ่งหมู่บ้านจัดสรรราคาเป็น 10 ล้านยังสร้างได้ สำมะหาอะไรกับเรือนอนุรักษ์พืชลอยฟ้าตามแนวคิดของผู้เขียน
ความแตกต่างของเรือนอนุรักษ์พืชลอยฟ้ากับเรือนเพาะชำพืชทั่วไปมีดังนี้
เรือนอนุรักษ์พืชลอยฟ้า เรือนเพาะชำพืชทั่วไป 1.จุดประสงค์ใหญ่ก็เพื่อรวบรวมจัดแสดงพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับที่หายาก โดยเพื่ออนุรักษ์พันธุ์พืชเหล่านั้นมิให้สูญสิ้นไปเพราะน้ำท่วม 1.จุดประสงค์หลักเพื่อขยายพันธุ์และปลูกเลี้ยงพืชซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นพืชมีค่าหายากควรอนุรักษ์แต่ประการใด 2.มีทางเดินติดต่อกับตัวบ้านใหญ่ สามารถใช้เป็นห้องรับรองเพื่อนฝูงที่รักธรรมชาติด้วยกัน 2.แยกส่วนจากตัวบ้านใหญ่ 3.ใช้เป็นสถานที่นั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจภายใต้บรรยากาศกลางแจ้งที่ร่มเย็นด้วยพันธุ์ไม้สีเขียว 3.ใช้เป็นที่ปลูกเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์พืชเป็นจุดประสงค์ใหญ่ 4.โครงสร้างถูกยกสูงโดยเสาคอนกรีตเพื่อให้ทนทาน ไม่ล่มสลายจากน้ำหลาก น้ำขังแช่จนเน่า 4.ส่วนใหญ่สร้างอยู่กับระดับพื้นดินหรือถมสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย 5.โครงสร้างโรงเรือนควรใช้ไม้สน (ปอกเปลือก) ทาเคลือบด้วยโพลียูรีเทนป้องกันน้ำ โดยเฉพาะในส่วนพื้น หรือจะทาเคลือบด้วยลาเทกซ์แบบถังแกลลอนก็ได้ 5.โครงสร้างปกติใช้เหล็กกล่องหรือท่อเหล็กเคลือบสังกะสี 6.หลังคากันฝนด้วยพลาสติกใสชนิดหนาทนทานอย่างต่ำ 6 ปี และพรางแสงด้วยตาข่ายพลาสติก (ซาแรน) สังเคราะห์ตัดแสงออก 60 เปอร์เซ็นต์ 6.ปกติอาจกันฝนหรือไม่กันฝน แต่พรางแสง 7.กรุไดโอเนต (Dionet) ตาข่ายไนลอนป้องกันแมลงรวมทั้งยุง 7.ทั่วไปไม่มีการป้องกันยุง–แมลง 8.ติดตั้งระบบพ่นละอองน้ำแบบหัวฉีดละเอียด แต่ไม่ถึงขนาดพ่นหมอก 8.ใช้ระบบพ่นหมอกเฉพาะแปลงขยายพันธุ์โดยวิธีปักชำ 9.การระบายถ่ายเทอากาศดีกว่า 9.การระบายถ่ายเทอากาศไม่ดีเท่า 10.ราคาก่อสร้างจะต่ำ 10.ราคาก่อสร้างทั่วไปมักสูง
เรือนอนุรักษ์พืชลอยฟ้านี้อาจใช้คำในภาษาอังกฤษว่า Conservatory In – The – Sky หรือ Flood – Free Conservatory ก็เหมาะสำหรับเมืองไทยรัฐบาลนี้เหมือนกัน คำว่า Conservatory นี้ในอังกฤษนิยมสร้างกันมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีฐานะอันจะกิน โดยต่อออกมาจากบ้าน โดยสร้างเป็นเรือนต้นไม้หลังคากระจกใส เรือนต้นไม้นี้ออกแบบไว้อย่างหรูวิจิตร โดยมีโครงสร้างเป็นโลหะผสม มีลวดลายเครือเถางดงามตามสมัยวิกตอเรียนสไตล์ มักทาเคลือบสีขาว พื้นภายในอาจปูพรมหรือปูกระเบื้องหินอ่อน ภายในปลูกไม้ดอกไม้ใบเขตร้อน รูปทรงโครงสร้างเรือนอนุรักษ์พืชแบบของอังกฤษมักนิยมแบบกอธิก (Gothic) คล้ายวิหาร หรืออาจสร้างตามแบบวิกตอเรียน หรือเอ็ดวาร์เดียน (Edwardian) ก็มี แต่สำหรับเรือนอนุรักษ์พืชลอยฟ้าที่ผู้เขียนแนะนำสำหรับเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพฯ ซึ่งดูจะต้องผจญกับน้ำท่วมอีกอย่างแน่นอน โรงเรือนดังกล่าวจะช่วยให้เจ้าของบ้านมีสวนมีพืชพรรณไม้ที่รักอยู่ได้ตลอดปลอดภัยท่ามกลางวิกฤตการณ์เช่นที่ผ่านมา เรื่องนี้มีต่อตอน 2 ครับ
&<2288;







