
วิกฤตน้ำ (จะ) ตามมาหลอน
หลังผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ ลำดับต่อไปคือไทยทั้งประเทศที่ต้องเดินหน้าต่อ
หลังผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ ลำดับต่อไปคือไทยทั้งประเทศที่ต้องเดินหน้าต่อ
โดย..วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
หลังผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ ลำดับต่อไปคือไทยทั้งประเทศที่ต้องเดินหน้าต่อ ควบคู่ไปกับการเยียวยาผู้เสียหาย คือ การค้นหาโมเดลของการรับมือกับน้ำที่ได้ผลที่สุด หรืออย่างน้อยก็ลดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด โดยเฉพาะในปีนี้ 2555 ซึ่งประชาชนคนไทยยังคงวิตกอกสั่น...หลอนไม่หายกับผลพวงความน่าสะพรึงแห่งมวลน้ำ
ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะประธานคณะทำงานด้านการกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในเชิงเทคนิค ภายใต้คณะทำงานแก้ไขปัญหาอุทกภัยในเขต กทม. นอกจากนี้ก็ยังเป็นหนึ่งในคณะทำงานบริหารจัดการระบบระบายน้ำในพื้นที่ที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรงของ ศปภ. วันนี้มาตอบโจทย์เรื่องน้ำท่วมใหญ่ว่า “นี่คือบทเรียนที่จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก”
ในความเห็นของ ธีระชน สิ่งผิดพลาดเกิดขึ้น เพราะนำคนที่ไม่มีความรู้เข้ามาบริหารเรื่องน้ำ น้ำเยอะกว่าปีก่อนหน้าจริง แต่ก็อยู่ในวิสัยที่จะบริหารจัดการได้ การจัดการเรื่องน้ำควรใช้วิศวกรที่มีใบประกอบวิชาชีพ มีความรู้ ไม่ใช่นำคนที่ไม่รู้เรื่องน้ำเข้ามาชี้นิ้วสั่งการ ก่อนเกิดวิกฤตนั้นการบริหารจัดการน้ำเรียกได้ว่าเป็นไปตามยถากรรม จนเมื่อวิกฤตระส่ำหนักจนมีการระดมวิศวกรโยธาด้านน้ำเข้ามาจัดการ เหตุการณ์ต่างๆ จึงค่อยเข้ารูปรอย
หลังจากแต่งตั้งคณะทำงานระบบระบายน้ำฯ ซึ่งมี วีระ วงศ์แสงนาค อดีตอธิบดีกรมชลประทาน เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ธีระชน กล่าวว่า จากเดิมที่คาดการณ์ว่า กทม.จะท่วมทั้งหมด ก็น่าดีใจที่ 12 เขตของ กทม. ไม่เสียหายเลย 9 เขต แค่น้ำขึ้นลง ริมฝั่งเจ้าพระยา 8 เขต กระทบไม่ถึง 20% รวม 29 เขต รอดแบบโดนน้ำไม่มากนัก ขณะเดียวกันหากมองภาพรวมตามแผนที่ กทม. มีเกือบ 50% ของแผนที่ที่รอด ยิ่งกว่านั้นคือ นิคมอุตสาหกรรมที่เหลือ 3 แห่ง ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ก็รอดทั้ง 100%
“ที่สำคัญคือ พื้นที่เศรษฐกิจ 80% ใจกลางเมือง สุขุมวิท สีลม สยามไม่ท่วม เพราะฉะนั้นก็ถือว่าบรรลุเป้าหมาย” ธีระชน กล่าว
น้ำท่วม 2554 บทเรียน (ต้อง) รีบรู้
“การจัดการน้ำของไทยออกแบบไว้ตั้งแต่เมื่อ 100 ปีก่อน ตั้งแต่สมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมองว่าภูมิศาสตร์ประเทศไทยเป็นที่ลุ่ม มีแม่น้ำสายหลัก 4 สาย คือ แม่กลอง ท่าจีน เจ้าพระยา และบางปะกง ซึ่งเป็นตัวรับน้ำตามธรรมชาติ ทรงจ้างเนเธอร์แลนด์เพื่อสร้างระบบการกักเก็บและกระจายน้ำตามแนวดิ่งแนวขวาง โดยอาศัยหลักทางวิศวกรรม” ธีระชน กล่าว
เมื่อการแก้ปัญหาไม่เป็นไปตามหลักวิศวกรรมที่วางไว้ น้ำท่วมใหญ่ก็เกิดได้ และจะเกิดอีกถ้าไม่เรียนรู้ โดย 3 เขื่อนหลัก คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนป่าสัก ภายใต้ระบบชลประทานจะต้องบริหารจัดการน้ำ หรือผันน้ำให้ถูก ส่วนตอนล่างของแม่น้ำเจ้าพระยายังมีแม่น้ำท่าจีน บางปะกง และแม่กลอง ที่จะต้องช่วยกันทำหน้าที่บริหารลุ่มเจ้าพระยาภายใต้หลักวิศวกรรม
สำหรับประเด็นการเมือง ธีระชน กล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นปัญหาเกี่ยวเนื่องและพันกันไปทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปัญหาน้ำท่วมใหญ่แบบปีที่ผ่านมาจะไม่เกิดขึ้นอีกในปี 2555 เนื่องจากระบบการเตือนภัยมีประสิทธิภาพขึ้น การกำกับตรวจสอบจากผู้หลักผู้ใหญ่ก็ใกล้ชิดขึ้น สุดท้ายเชื่อว่าสามัญสำนึกของนักการเมืองจะมีมา เพราะประชาชนก็จะมีความรู้และจับตามากขึ้นด้วย
“นี่คือความล้มเหลว ที่พร้อมๆ กันก็เป็นบทเรียนครั้งสำคัญ การบริหารจัดการมวลชนต้องดีกว่าที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่ไม่มีความรู้เรื่องน้ำ ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุที่แท้จริง การบริหารน้ำจึงต้องบริหารมวลชนด้วย” ธีระชน กล่าว
2555ไม่กลัว กลัว2560 !?
ธีระชน ยังกล่าวในฐานะวิศวกรผู้สนใจในฟิสิกส์และดาราศาสตร์ เขาระบุว่า ระบบสุริยจักรวาลในปี 2560 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า ดาวในระบบสุริยะจำนวน 6 ดวง จะเรียงตัวกันในแนวระนาบ เมื่อดาวเรียงกันในลักษณะดังกล่าวก็จะเกิดแรงดึงดูดยกตัวน้ำให้สูงขึ้น และเมื่อน้ำอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ก็จะระเหยมากขึ้น สังเกตดูว่าในทุกปีที่ดาวเรียงตัวกันแบบนี้ น้ำมากทุกปี ไม่ว่าจะเป็นปี 2538 ปี 2549 หรือเมื่อปี 2554 ที่เพิ่งผ่านมา
“โดยระบบสุริยจักรวาล ดาวเรียงตัวในระนาบเดียวกัน เมื่อวงโคจรเป็นอย่างนั้นจะทำให้เกิดแรงดึงดูด ทำให้น้ำทะเลยกตัวขึ้นสูง เมื่ออากาศร้อน หรือเมื่ออาทิตย์อยู่ใกล้มุมใดมุมหนึ่งของน้ำ น้ำก็ถูกทำให้ระเหยขึ้นไปในชั้นบรรยากาศสูง ก็ทำให้ปีนั้นน้ำมาก ประกอบกับการไม่ดูแลป่าต้นน้ำ การกักเก็บน้ำในผิวดินมีปัญหา ก็ทำให้ค่อนข้างวิตกว่าปี 2560 น้ำจะมาก”
แม้น้ำจะมาก แต่ถ้าเตรียมการดีๆ ก็ไม่น่าเลวร้าย สุดท้ายคือแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้เพื่อป้องกันน้ำท่วม
1.ต้องให้ฟลัดเวย์ทำงาน บังคับใช้กฎหมายผังเมืองอย่างจริงจัง 2.ต้องปกป้องพื้นที่กลางเมือง เพราะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ ต้องรักษาคันกั้นน้ำตามพระราชดำริให้ดี 3.ทางปลายน้ำต้องเตรียมการรับน้ำอย่างดี แก้มลิงที่คลองสนามชัยคลองมหาชัย มีขนาดใหญ่มาก เป็นที่รับน้ำและเก็บกักน้ำไว้ใช้ประโยชน์ และ 4.การจัดการเรื่องเก็บกักน้ำและการปล่อยน้ำต้องบริหารอย่างเป็นระบบ สมดุล
ถ้าเราทำได้ น้ำก็จะไม่ท่วมอีก
&<2288;
&<2288;







