
น่าห่วงส่งออก
กระทรวงพาณิชย์เพิ่งจะออกมายอมรับว่า ตัวเลขการส่งออกของไทยในไตรมาสแรกปีนี้
กระทรวงพาณิชย์เพิ่งจะออกมายอมรับว่า ตัวเลขการส่งออกของไทยในไตรมาสแรกปีนี้
มีโอกาสจะหดตัวลงแรงถึง 9% เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งแปลว่าสถานการณ์การส่งออกจะฟื้นไม่จริงหลังจากเดือน ธ.ค.กระเตื้องขึ้นมาลดลงเพียง 2% เทียบกับทรุดหนักถึง 12% ในเดือน พ.ย. 2554 เพราะมหาอุทกภัยในประเทศ
นานๆ ครั้งจะเห็นหน่วยงานรัฐออกมายอมรับความจริงสักทีว่าส่งออกแย่ลง แต่ก็ยังต้องระมัดระวัง เพราะหลายๆ ครั้งเช่นกันที่มีการประเมินตัวเลขและเหตุการณ์ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ครั้งนี้พิจารณาเฉพาะกำลังซื้อที่ลดลงของสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศยุโรปหรืออียูเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงอีกมากมายทั้งราคาพลังงานแพงและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
กระทรวงพาณิชย์มองโลกดีเกินไปหรือเปล่า กล้าประกาศความมั่นใจว่า การส่งออกในไตรมาส 2 จะฟื้นตัวและเห็นการเติบโตเป็นบวก และจะดียิ่งขึ้นไปกว่านั้นอีกในไตรมาส 3 และ 4 ดังนั้นจึงยังคงประมาณการการส่งออกขยายตัวมากกว่า 15% คิดเป็นมูลค่า 2.63 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2555 ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เลยว่าน้ำจะท่วมแค่ไหน
ขนาดธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ยังยอมรับว่าจะเอาเศรษฐกิจโลกไม่อยู่ ล่าสุดประกาศใช้นโยบายตรึงอัตราดอกเบี้ยต่ำเตี้ยติดดิน 00.25% ออกไปจนถึงสิ้นปี 2557 ต่อเวลาอีก 1 ปี และยังจะต้องมีมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อและอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบออกมาอีกหลายชุดถึงขนาดนี้ยังประมาณการเศรษฐกิจในปีนี้จะเติบโต2.2-2.7% ลดลง 0.25% จากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
ทางฟากธนาคารไทยพาณิชย์เอง แม้ทำนายเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโต 4.54.7% โดยอาศัยการลงทุนภาครัฐเป็นแรงกระตุ้นหลัก
แต่ยังมีปัจจัยที่น่าเป็นห่วงคือ แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่น่าจะชะลอลง โดยเฉพาะเศรษฐกิจของอียูที่จะส่งผลกระทบ 3 ด้าน 1.ทำให้ส่งออกของไทยชะลอตัวลง 2.ความไม่แน่ใจเศรษฐกิจต่างประเทศจะเป็นอย่างไร ทำให้คนหันมาถือเงินสดเพิ่มขึ้น เงินไหลกลับเข้าลงทุนในสหรัฐ ยิ่งถ้ามีข่าวร้ายนักลงทุนก็จะดึงเงินกลับ และประการที่ 3.สภาพคล่องจะตึงตัว โดยเฉพาะเงินสกุลเหรียญสหรัฐ
ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์อย่าชะล่าใจมากนักว่าสถานการณ์การส่งออกจะดีขึ้นในช่วง 9 เดือนที่เหลือของปีนี้ และจะต้องเจาะลึกในรายละเอียดดูว่าการส่งออกที่ดีขึ้นนั้นเกิดจากอะไร และมีประสิทธิภาพเพียงใด สามารถสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศจริงเท่าไร
สามารถนำบทเรียนของเดือน ธ.ค.มาใช้ได้ ตัวเลขส่งออกฟื้นตัวเหลือลดลง 2% แต่ยอดนำเข้ากลับพุ่งขึ้นถึง 19.1% อาจจะเป็นไปได้ว่ามีการนำเข้าแล้วส่งออกต่อให้กับลูกค้า ทำให้ประเทศไทยขาดดุลการค้าเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันอีก 2,100 ล้านเหรียญสหรัฐ นับเป็นสถิติการขาดดุลการค้าสูงสุดในรอบกว่า 20 ปีทีเดียว







