
โลกมองไทย
เทศกาลตรุษจีนถือว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับคนไทยเชื้อสายจีนที่ใช้เป็นจุดเริ่มต้น
เทศกาลตรุษจีนถือว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับคนไทยเชื้อสายจีนที่ใช้เป็นจุดเริ่มต้น
ของการละทิ้งสิ่งเก่าและเริ่มต้นสิ่งใหม่ในปีใหม่ ทว่าสำหรับสุนัขในไทยแล้ว เทศกาลตรุษจีนถือเป็นช่วงเวลาที่อันตรายมากที่สุดเลยทีเดียว
ความเห็นดังกล่าวได้รับการเผยแพร่โดยเว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ว่าเทศกาลตรุษจีนถือเป็นช่วงเวลาที่ความต้องการบริโภคเนื้อสุนัขมีปริมาณสูงที่สุดประจำปี โดยที่ในขณะนี้กระบวนการลักลอบนำเข้าสุนัขในแถบแม่น้ำโขงกำลังเร่งมืออย่างหนักเพื่อส่งออกสุนัขหลายพันตัวจากไทยไปยังเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่มีการบริโภคเนื้อสุนัขจำนวนมาก
แต่เดิมผู้ลักลอบค้าสุนัขจะใช้การตระเวนตามหมู่บ้านแลกซื้อสุนัขกับถังน้ำ ทว่าเมื่อความต้องการบริโภคเนื้อสุนัขพุ่งสูงขึ้นโดยเฉพาะในฤดูหนาว หลังมีความเชื่อว่าเนื้อสุนัขเป็นอาหารอุ่นช่วยแก้หนาวและนำพาความโชคดีมาให้ผู้รับประทาน ทำให้การจับสุนัขเปลี่ยนมาเป็นการขโมยตามท้องถนน หรือบ้านประชาชนทั่วประเทศไทยแทน
สุนัขในไทยส่วนใหญ่จะถูกส่งต่อไปขายที่เวียดนามในราคาตัวละ 500-1,000 บาท แต่หากเป็นสุนัขพันธุ์ดีอย่างพันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ดจะถูกส่งต่อจากเวียดนามไปยังจีนตอนใต้ในราคาที่สูงขึ้น
จอห์น ดัลเลย์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอยที่ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ขั้นตอนการจับ ขนส่งและการฆ่าสุนัขนั้นทารุณกรรมอย่างมาก โดยคำกล่าวอ้างของผู้คลั่งไคล้การรับประทานเนื้อสุนัขกล่าวว่า ยิ่งวิธีการฆ่าสุนัขที่ทารุณมากเท่าไร เช่นการทุบตีหรือการถกหนังทั้งเป็น ยิ่งทำให้ฮอร์โมนความเครียดของสุนัขหลั่งออกมาจนทำให้กลิ่นสาบเนื้อสุนัขลดลงและเนื้อมีรสอร่อยมากยิ่งขึ้น
ดัลเลย์ กล่าวอีกว่า แม้ว่าประเด็นหลักของเรื่องไม่ใช่เรื่องการรับประทานสุนัขเป็นเรื่องที่ผิดหรือถูก แต่เป็นเรื่องของการค้าที่ผิดกฎหมายที่ผู้กระทำผิดสามารถทำเงินได้หลายร้อยล้านเหรียญสหรัฐต่อปี เนื่องจากไทยยังไม่มีกฎหมายเอาผิดผู้ทารุณกรรมสัตว์โดยตรง โดยที่ผู้ลักลอบค้าสุนัขจะถูกตัดสินโทษจากการค้าและการขนส่งสัตว์โดยผิดกฎหมายเท่านั้น







