posttoday
12 ปีคดีราษีไศล เสียงคนจนไม่เคยเงียบหาย

12 ปีคดีราษีไศล เสียงคนจนไม่เคยเงียบหาย

25 มกราคม 2555

“ป้าย เพื่อนร่วมต่อสู้เพื่อสายน้ำ ต่อสู้เพื่อสายธารแห่งหมู่บ้าน ต่อสู้เพื่อคืนฤดูกาล ฤาท่านตอบแทนโดยการจองจำ”

โดย...ทีมข่าวภูมิภาค

“ป้าย เพื่อนร่วมต่อสู้เพื่อสายน้ำ ต่อสู้เพื่อสายธารแห่งหมู่บ้าน ต่อสู้เพื่อคืนฤดูกาล ฤาท่านตอบแทนโดยการจองจำ” นี่คือคำที่เพื่อนๆ มอบให้ ป้าย หรือ ไพจิตร ศิลารักษ์ อดีตแกนนำสมัชชาคนจน ซึ่งนำผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการเขื่อนราษีไศล บุกยึดพื้นที่หัวงานสร้างเขื่อน เมื่อเดือน พ.ค. 2543 ซึ่งทำให้เขาถูกดำเนินคดีบุกรุกสถานที่ราชการ ทำให้เสียทรัพย์ และความผิดต่อเสรีภาพ

12 ปีแล้วที่ ป้าย ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเพื่อต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าเขามีความผิดจริง และตัดสินจำคุก 2 ปี เขายื่นฎีกาต่อสู้คดี และเมื่อวันที่ 24 ม.ค. ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ แต่โทษจำให้รอลงอาญา 2 ปี และคุมประพฤติ ไพจิตร 1 ปี ซึ่งนับว่าเป็นโชคดีที่เขาไม่ต้องสูญเสียเสรีภาพในห้องขัง

ชาวบ้านราษีไศล เพื่อนผู้ร่วมชะตากรรมของ ป้าย กว่า 100 คน ที่มารวมตัวกันที่หน้าศาลจังหวัดศรีสะเกษเพื่อให้กำลังใจเขา ปีติยินดีกันถ้วนหน้าหลังทราบคำตัดสิน

“ผมรู้สึกดีใจมากที่ศาลฎีกาได้ให้ความกรุณาต่อผมซึ่งเป็นคนยากไร้ และต่อไปในการทำกิจกรรมอะไรผมจะต้องระมัดระวังตัวให้มากกว่าเดิมอีก เพื่อจะได้ไม่ต้องทำผิดกฎหมายอีกต่อไป” ป้าย กล่าวอย่างปีติหลังทราบคำตัดสิน

12 ปีคดีราษีไศล เสียงคนจนไม่เคยเงียบหาย

 

อย่างไรก็ตาม 12 ปีที่ผ่านมา ป้าย ยืนยันเสมอถึงจุดยืนของเขา

“ยังมีคนจนอีกจำนวนมากที่กำลังถูกรัฐใช้กระบวนการยุติธรรมเล่นงานอยู่กว่า 3,800 คดี หากไม่มีการชุมนุมในเดือน พ.ค. 2543 เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดประตูเขื่อนราษีไศล ซึ่งการเรียกร้องในครั้งนั้นก็ทำให้ผมถูกดำเนินคดี ตกเป็นนักโทษ แต่เพราะมีการชุมนุมในครั้งนั้นจึงนำไปสู่การเปิดประตูระบายน้ำ ทำให้ชาวบ้านกว่า 7 หมื่นชีวิต สามารถประกอบอาชีพอยู่ในชุมชนเดิมได้อย่างมั่นคงจนถึงปัจจุบัน” ป้าย บอกเล่าให้ฟังก่อนจะเดินเข้าฟังการตัดสิน ซึ่งเป็นคำพูดที่ยืนยันอย่างมั่นใจอยู่เสมอมา

เขายืนยันว่า หากเวลาหมุนกลับได้โดยไม่มีเขื่อนราษีไศล ชุมชนก็ไม่ต้องมีความขัดแย้ง ไม่มีความแตกแยก ครอบครัวจะอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก มีที่ดินทำกินอย่างพอเพียงกับสมาชิกในครอบครัว มีป่าบุ่ง ป่าทาม ให้เลี้ยงวัว ควาย มีปลาสดๆ จากแม่น้ำมูลกินอย่างเต็มอิ่ม และผู้คนมีรอยยิ้มให้กัน

“จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลา 19 ปี (เขื่อนราษีไศลสร้างเสร็จและเริ่มกักเก็บน้ำตั้งแต่ปี 2536-2555) ใครบ้างได้ทำนาปีละ 2 ครั้ง ใครบ้างได้งานทำ ใครบ้างที่ร่ำรวยเงินทอง สิ่งเหล่านี้ไม่เห็นว่าจะเกิดขึ้นเลย เห็นมีแต่ความยากจนปนความขัดแย้ง ชุมชนแตกแยก วิถีชีวิตล่มสลาย บ้านช่องเหลือแต่คนแก่กับเด็กอยู่เฝ้า คนหนุ่มสาว คนวัยทำงานอพยพไปรับจ้างขายแรงงานในต่างถิ่นเพื่อนำเงินมาจุนเจือครอบครัว” ป้าย กล่าวย้ำในการร่วมชุมนุมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ)

ค่ำคืนก่อนถึงวันพิพากษา ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาต่างๆ ทั่วประเทศ ในนามพีมูฟ ซึ่งเดินทางมาให้กำลังใจป้าย รวมตัวปักหลักชุมนุมกันหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ พวกเขาเปิดเวทีแลกเปลี่ยนในหัวข้อ “คนดีติดคุก คนทุกข์นอนตะราง” โดยตัวแทนกลุ่มปัญหาจากทั่วประเทศผลัดเปลี่ยนกันมาเล่าประสบการณ์

ตัวแทนชาวบ้านซึ่งอยู่ในพื้นที่ทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งถูกกรมป่าไม้ดำเนินคดีฟ้องร้องทางแพ่ง คิดค่าเสียหายทางสิ่งแวดล้อม หรือคดีโลกร้อน สะท้อนความรู้สึกของการถูกดำเนินคดีว่า

“ฉันถูกฟ้องข้อหาทำให้โลกร้อน ฉันไม่รู้จะเอาอะไรมาจ่ายให้เขา ฉันคงต้องล้มละลายแน่นอน ลูกฉันจะเอาอะไรไปเรียน ครอบครัวฉันจะอยู่อย่างไรให้รอดจากภาวะเช่นนี้”

อดีตจำเลยในคดีที่นายทุนกล่าวหาว่าเขาบุกรุกสะท้อนว่า “ที่ดินของปู่ยกให้พ่อผม และตกทอดมาถึงผม มีใบจับจองเป็นของเรา วันดีคืนดีมีคนเอาไปออกเอกสารสิทธิ และแจ้งจับดำเนินคดีกับผม ผมติดคุกอยู่เป็นปี สุดท้ายได้พักโทษ และกระบวนการตรวจสอบยืนยันว่าเอกสารสิทธิออกโดยมิชอบ ดีเอสไอก็ยืนยันเช่นนั้น ผมเลยต้องกลายเป็นนักโทษข้อหาบุกรุกที่ดินตนเอง”

เสียงเหล่านี้มิอาจมองได้ว่าเป็นแค่เสียงเล็กเสียงน้อย แต่เป็นเสียงของผู้คนจำนวนมากที่กำลังเผชิญปัญหา ซึ่งแม้จะผ่านมา 5 เดือนที่พีมูฟรุกทวงคำตอบจากรัฐบาลใหม่ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า

“สังคมไทยควรเรียนรู้จากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เพราะหากขาดการนำเสนอผ่านสื่อ ขาดการเชื่อมต่อทางการเมือง ผ่านกระบวนการเสนอการแก้ปัญหากับรัฐบาล ก็ยิ่งทำให้ปัญหาขาดการเหลียวแล” ไมตรี จงไกรจักร ผู้ประสานงานพีมูฟ สรุปให้เห็นภาพความล่าช้าของการแก้ปัญหาของขบวนผู้ทุกข์ยาก

ไมตรี ตอกย้ำว่า ยิ่งปัญหาชาวบ้านที่เกิดขึ้นทั่วหัวระแหงไม่ได้รับการเหลียวแลแก้ไข ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ซึ่งรัฐบาลที่ประกาศว่าจะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นภายในชาติจะต้องใส่ใจ ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาคนจนให้มากกว่านี้

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์