posttoday
สายตรง'ชินวัตร'คุมเบ็ดเสร็จ

สายตรง'ชินวัตร'คุมเบ็ดเสร็จ

25 มกราคม 2555

หลังจากปรับ ครม.ยกกระบิ 16 ตำแหน่ง มีคนใหม่ “เข้าออก” ฝ่ายละ 9 คน รวม 18 คน

โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม

หลังจากปรับ ครม.ยกกระบิ 16 ตำแหน่ง มีคนใหม่ “เข้าออก” ฝ่ายละ 9 คน รวม 18 คน เล่นเอาคนที่ถูกปรับออกตั้งตัวไม่ติดเพราะไม่คิดว่าจะมากมายเพียงนี้ ล่าสุดถึงคิวปรับเปลี่ยนเก้าอี้เลขานุการ และที่ปรึกษารัฐมนตรี เมื่อ ครม.มีมติแต่งตั้งข้าราชการการเมืองยกแผงวานนี้ 41 ตำแหน่ง

ตามหลักเกณฑ์ รัฐมนตรี 1 คน จะมีเลขานุการได้ 1 ตำแหน่ง และที่ปรึกษาอีก 1 ตำแหน่ง เมื่อรัฐมนตรีถูกปรับออก คนที่เป็นเลขาฯที่ปรึกษารัฐมนตรีรายนั้น ต้องพ้นจากเก้าอี้โดยอัตโนมัติ

ถึงแม้ ครม.ยังแต่งตั้งเลขาฯที่ปรึกษา ไม่ครบจำนวน แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นผู้เคยนั่งเก้าอี้เลขาฯที่ปรึกษาในตำแหน่งเดิมอยู่แล้ว บ้างก็สลับกระทรวง บางส่วนหลุดเก้าอี้และตั้งใหม่ กระจายให้กับนักการเมืองอาวุโสที่สอบตกตามที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัญญาณจะดูแลให้ทั่วถึง

พรรคเพื่อไทยได้วางระบบไว้ว่าจะเป็นผู้คัดเลือกคนในพรรคมาเป็น “เลขาฯที่ปรึกษา” เอง เว้นแต่รัฐมนตรีบางรายที่เส้นใหญ่ เสียงดัง อาจได้สิทธิในการเลือก “คนรู้ใจ” มาเป็นมือขวาข้างกาย แต่ก็มีไม่มาก ซึ่งเป็นการดึงอำนาจการแต่งตั้งขึ้นตรงกับผู้บริหารพรรคที่เป็นครอบครัวชินวัตร

ตามคุณสมบัติของ “เลขาฯ-ที่ปรึกษา” จะเป็น สส.ไม่ได้ พรรคจึงตอบแทนเก้าอี้ตัวนี้ให้กับ สต. หรือผู้สมัครสอบตก

ครั้งนี้รายเดิมที่ยังเหนียวอยู่ในตำแหน่ง แต่แค่โยกเปลี่ยนเก้าอี้ เช่น ภาคิน สมมิตร เดิมเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี สลับมาเป็นที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ (บุญทรง เตริยาภิรมย์) เอกพจน์ วงศ์อารยะ โยกจากเลขานุการ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมช.คลัง (ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย)

สายตรง'ชินวัตร'คุมเบ็ดเสร็จ

แต่ที่เป็นไฮไลต์ครั้งนี้คือ ตำแหน่งเลขานุการ รมว.มหาดไทย เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ ที่มีการดึงคนใกล้ชิดตระกูลชินวัตร มาคุมเก้าอี้สำคัญ

โดยให้ ผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ เลขานุการส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มานั่งเก้าอี้เลขาฯ มท.1 (ยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค) โยก อารี ไกรนรา อดีตหัวหน้าการ์ด นปช. ไปเป็นเลขานุการ รมช.เกษตรฯ ช่วย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรี นปช. ป้ายแดง และตั้ง ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สะใภ้ตระกูลชินวัตร เป็นเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ (สุชาติ ธาดาธำรงเวช) สลับเก้าอี้เดิมที่เป็นเลขานุการ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

การตั้งสองคนคู่ใจตระกูลชินวัตรมาเป็นมือขวาใน 2 ตำแหน่งนี้ ชี้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ส่งคน “ไว้ใจ” มาคุมกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นกระทรวงใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการขยายฐานเสียงและใกล้ชิดประชาชนรากหญ้า

เพราะทั้ง รมว.มหาดไทย รมว.ศึกษาธิการ ตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา ต่างมีปัญหาในการประสานงาน ซึ่งคนในพรรคไม่พอใจสูง

ยงยุทธ รองนายกฯ และ มท.1 แม้จะไม่ถูกปรับออก แต่ สส.ในพรรคหงุดหงิดที่ไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องของ สส. และการดูแลปัญหาประชาชนในพื้นที่ จนวันนี้ก็ยังมีเสียงบ่นไม่ขาดสายจากคนในพรรค

สำหรับ อารี เลขาฯ มท.1 ที่ถูกโยกพ้นเก้าอี้ ก็มาจากโควตาเสื้อแดงที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตั้งปลอบใจกลุ่ม นปช.ในช่วงตั้งลำรัฐบาลใหม่ๆ แทนตำแหน่งรัฐมนตรี เก้าอี้เลขาฯ มท.1 ของ อารี ถือเป็นตำแหน่งทางการเมืองสูงสุดของ นปช. ในรัฐบาลปู 1 แต่เมื่อ ปู 2 ได้ตั้ง ณัฐวุฒิ เป็น รมช.เกษตรฯ และเป็นคน จ.นครศรีธรรมราช เหมือนกับ อารี กลุ่มเสื้อแดงก็ต้องหลีกทาง

ไม่ต่างจาก วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ตลอดเวลาที่เป็น รมว.ศึกษาฯ มีปัญหาไม่ลงรอยกับ สส.ในพรรค และปัญหาในการทำงานมาก จนลูกพรรคเปิดศึกกับ วรวัจน์ ในที่ประชุมพรรคหลายรอบ ลามไปถึงการฟ้องร้อง “นายใหญ่” จนที่สุด วรวัจน์ ต้องถูกโยกพ้นจาก รมว.ศึกษาฯ เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แทน

ภารกิจของกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งข้าราชการฝ่ายปกครอง ประกอบด้วย กำนัน 7,446 ตำบล นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ทั่วประเทศ 878 แห่ง ปลัดจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ รวมแล้วนับหมื่นตำแหน่ง เป็นกระทรวงที่ต้องใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด และยังมีงบประมาณลงที่กรมการปกครองร่วมแสนล้านบาทต่อปี ไม่นับผลประโยชน์อื่นมหาศาลที่กระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบ เช่น การให้ใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืน

ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ มีงบที่ดูแลนับแสนล้านบาทเช่นกัน จากงบสนับสนุนโครงการเรียนฟรี 15 ปี โครงการแท็บเล็ตที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงอีก 4,000 ล้านบาท และขุมกำลังจากบุคลากรครูทั่วประเทศกว่า 4 แสนคน ทุกพรรคที่เป็นแกนนำรัฐบาลจะไม่ยอมให้ 2 กระทรวงนี้ไปตกอยู่กับพรรคร่วม เพราะใครคุมครู ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ ได้ ก็ช่วยขยายฐานเสียงให้กับพรรค เนื่องจากใกล้ชิดและมีอิทธิพลชี้นำกับประชาชนสูง

การปรับ ครม. ปู 2 ได้เห็นแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ดึงคนไว้ใจที่สุดจากตระกูลชินวัตร และกลุ่มชินคอร์ป เข้ามาคุมกระทรวงสำคัญ เช่น อารักษ์ ชลธาร์นนท์ อดีตผู้บริหารไทยคม เป็น รมว.พลังงาน นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองประธานกรรมการบริษัทในเครือชินคอร์ป เป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ คุมด้านสื่อ และ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตที่ปรึกษาด้านคมนาคมของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็น รมช.คมนาคม รวมถึง กิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยชินวัตร รองนายกฯ ที่ถูกโยกมาควบ รมว.คลัง และเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล และ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เพื่อนเตรียมทหารรุ่นของ พ.ต.ท.ทักษิณ คุม รมว.กลาโหม

พ.ต.ท.ทักษิณ ยึดหลักใครไม่เหมาะให้รีบปรับ หมดเวลาสำหรับการทดลองงาน ถึงเวลาที่ต้องให้ “สายตรง” คนใกล้ชิดมาคุม “หัวใจ” ขุมอำนาจและฐานเสียงของรัฐบาล นี่จึงตอกย้ำอีกครั้งจากการตั้ง “ผดุง” ผู้เป็นเงาข้างกายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ตลอด 5 ปี ในเก้าอี้นายกฯ ที่ถูกส่งมาเป็นหูเป็นตาในเลขาฯ มท.1 จัดการปัญหา กระจายทรัพยากร จัดฐานอำนาจ เพราะ ผดุง มีประสบการณ์ประสานงานกับฝ่ายต่างๆ มาตลอดในยุค พ.ต.ท.ทักษิณ รวมถึง ทพญ.ศรีญาดา สะใภ้ชินวัตร และทีมงานนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ที่ส่งมาประสานจัดการปัญหาความต้องการของ สส.ในพรรคเพื่อไทยให้ลงตัวที่สุด

วินาทีนี้ต้องใช้สายตรงของกลุ่มชินวัตรเท่านั้น...

 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง